[SF] Something [kibum x donghae]

posted on 08 Jul 2011 20:45 by lunie-borataro in ShotFic
Title : Something [คิดไรกับกูป่ะเนี้ย]
Story By : Bora Lunie



มันเป็นมาสักพักแล้วครับที่ผมคุยกับคิบอมผ่านทางโซเชียลเนตเวิคทุกวันตั้งแต่ที่ผมย้ายที่ทำงานใหม่ รู้สึกว่าผมจะขยันออน MSN มากขึ้น ผมเล่นทุกอย่างแหละครับ Facebook Twitter MSN skype GTalk เห็นไหมครับว่าผมเป็นเจ้าพ่อโซเชียลเนตเวิคแค่ไหน

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผมแบ่งปันช่วงเวลาตั้งแต่เช้าจนเลิกงาน(มันก็คือทั้งวันของผมนั่นละ)ในการแชทคุยกับคิบอม มันกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของผมกับคิบอมไปแล้วในการที่จะกล่าวทักทายกันและกันในยามเช้าของวันทำงาน ไม่ว่าจะง่วงหงาวหาวนอน เป็นอันต้องบอกกันตลอด ทั้งมีความสุขอารมณ์ดี กินไรมา เบื่ออะไร อารมณ์ไหน ผมมักจะแพล่มมันออกมาได้ไม่หยุด

เมื่ออาทิตย์ก่อนผมไปเที่ยวเชียงใหม่มากับแก๊งค์ของผม ไปดูคอนเสิร์ตกันครับนักร้องมากันเพียบที่สำคัญนักร้องเกาหลีครับ รู้จักไหมครับวง ซุปเปอร์จูเนียร์ ของเขาดีจริงผมคอนเฟิร์มเลย ไม่อยากจะบอกเลยว่าผมคลั่งเกาหลีแค่ไหน ผมลงทุนซื้อตั๋วเครื่องบินเพื่อไปกระทบไหล่คนดังเชียวนะครับ ผมนั่งเครื่องบินไปกับพี่ฮีชอลสองคน คนที่เหลือเขาชิลครับนั่งรถทัวร์ไปกัน จริงๆผมก็อยากนั่งรถทัวร์นะแต่ผมกลัวนั่งจนตูดบานเนี้ยสิ อีกอย่างหล่อๆอย่างผมเนี้ย ท่านแม่ท่านหวงครับไม่ยอมให้ผมนั่งรถทัวร์แค่ยอมให้ผมไปไกลหูไกลตาท่านถึงเชียงใหม่ผมก็แทบจะน้ำตาไหลแล้วครับ สุดท้ายผมก็เลยต้องเจียดเงินที่มีอยู่น้อยนิดไปซื้อตั๋วเครื่องบิน

และนี่ก็เป็นครั้งแรกของผมที่บินไปเชียงใหม่ มันเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมากเลยครับ เครื่องบินลำใหญ่มหึมาที่ผมจะได้ขึ้นไปนั่งกับเขาสักครั้งเนี้ย มันสามารถบินขึ้นไปบนฟ้าได้แถมยังใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงเชียงใหม่และ ต่างกับรถยนต์มากๆเลยครับนั่งทีตูดบานกันเลยทีเดียว ผมนั่งนับถอยหลังรอคอยให้ถึงไวๆจนไม่เป็นอันทำงานแล้วครับ

จำได้ว่าผมตื่นเต้นล่วงหน้าเป็นวันๆเลย พอถึงวันจริงความตื่นเต้นก่อนหน้านี้ไม่รู้หายไปไหนหมด

ผมบังคับพี่ชายของผม พี่ทงฮวาให้ลงมาจากต่างจังหวัดเลยนะครับ ผมยึดไอโฟนเขามาหวังจะถ่ายคลิบวีดีโอในระยะประชิดที่มีแค่ผมหายใจ(การ์ด)กั้นเท่านั้นละครับ ความใฝ่ฝันสูงสุดของคนบ้าคลั่งเกาหลีอย่างผม และผมก็คิดว่าหลายๆคนต้องเป็นอย่างผมแน่ๆเลย

ตอนนี้ผมกับซีวอนเข้ามาอยู่สนามบินแล้วครับเรากำลังจะผ่าน ตม.สุวรรณภูมิเข้าไปด้านใน งงครับผมเคยบินไปแต่ต่างประเทศตม.ก็หน้าโห๊ดโหด บินในประเทศก็คงจะตรวจเข้มเหมือนกันที่ไหนได้ ไม่เห็นเงา ตม. สักคน ผมกับซีวอนเลยเดินชิลๆเข้าไปเลยครับ ไปเดินเล่นอยู่ข้างในสักพัก ใจผมเริ่มจะหลุดออกมาข้างนอก เครื่องบินลำนั้นกำลังจะแลนลงแล้วอีกไม่นานพวกเขาจะเดินมาทางที่ผมยืนดักอยู่

พร้อมครับพร้อมลุย มือถือพร้อมกล้องพร้อม สแตนบายเต็มที่ ไม่กี่อึดใจใจผมก็เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆเสียงกรี๊ดก็ใกล้เข้ามา ผมเห็นกลุ่มคนเยอะมากครับ แฟนคลับทั้งนั้นผมจะรอดไหมเนี้ย เอาวะเป็นไงเป็นกัน

เพียงแค่เห็นออร่าคนที่เดินนำมาผมก็แทบจะละลายแล้วครับ กระต่ายอ้วนซองมินนี่ ผมละแปลกใจจริงๆใครจับให้กระต่ายอ้วนมาเดินคนแรกแล้วแจกยิ้มหวานแบบนี้ ผมเกือบจะเป็นหนึ่งในก้อนน้ำแข็งของคนที่โดนรอยยิ้มพิฆาตของกระต่ายน้อยไปแล้วครับ พอดีจิตผมแข็งเลยได้ต่อสู้มาจนถึงคนสุดท้าย น้องเฮนลี่ของผมมม น่ารักที่สุดละครับคนนี้ ถ้ามีน้องอย่างนี้จะผมจะจับฝัดทุกคืนเลยครับ

แหมเร็วมากครับเครื่องบินผมเพิ่งจะกินอาหารบนเครื่องหมดไปเองเครื่องลงซะละ ดีนะที่ท้องผมเป็นท้องมารกินได้อย่างรวดเร็ว ตอนนี้เชียงใหม่ฝนตกหนักมากเลยครับ ดีนะที่ผมกับซีวอนเตรียมพร้อมพกเสื้อกันฝนมาด้วยแต่ลืมร่มครับ เฮ้อ ภาวนาให้ฝนมันหยุดตกก็แล้วกันผมไม่อยากเปียกเลย

แต่สงสัยคำขอของผมคงส่งไปไม่ถึงข้างบนแน่ๆเลย ฝนถึงได้ตกไม่หยุดแบบนี้ ตอนนี้ผมอยู่ในคอรเสิร์ตแล้วครับ ใส่เสื้อกันฝนสีฟ้า แหมเข้าสายเลือดจริงๆเลยแม้แต่เสื้อกันฝนยังต้องสีฟ้า

เห็นสภาพคนข้างในคอนแล้วก็ท้อแท้ครับใครมีเสื้อกันฝนก็ดีไปไม่เปียก ใครมีร่มก็กางแต่ใครไม่มีก็ต้องยืนเปียกๆๆไปอย่างนั้น คนล้านแปดจริงๆ ผมรู้สึกภูมิใจในตัวเองจริงๆนะครับที่ผมพกที่เสริมส้นมาด้วย อ่ะอ๊า อย่าว่าผมเตี้ยนะครับ เดี๋ยวนี้ใครๆเขาก็ใส่กันแล้วที่เสริมส้นนะ ดูอย่างรยออุคสิ เป็นถึงซุปเปอร์จูเนียเชียวนะครับเขายังใส่เลย ที่สำคัญผมไม่ได้เตี้ย...แค่คนอื่นมันสูงกว่าผมก็แค่นั้นเอง โดยเฉพาะข้างๆผมเนี้ยขนาดผมเสริมส้นแล้วนะยังสูงได้ไม่เท่าไอ้ม้าซีวอนนี่เลย

เดินก็แล้ว ยืนก็แล้ว ลงไปนั่งกับพื้นก็แล้ว เวลามันผ่านไปช้าอะไรขนาดนี้ผมอยู่ในคอนเสิร์ตนี้มาร่วมจะ 5 ชั่วโมงแล้วนะครับ มันก็สนุกดีแต่ผมก็อยากดูซุปเปอร์จูเนียร์มากกว่า รักชาติสุดๆๆ!!

ผมกำลังนั่งเข้าฌานอยู่ครับอยู่ดีๆเสียงกรี๊ดก็ดังกระหึ่มขึ้นมา ลุกแทบไม่ทัน ซุปเปอร์จูเนียขึ้นโชว์แล้วครับ น้ำตาผมแทบไหลออกมาเป็นเลือดสีน้ำเงินแหนะ คิดถึงมากครับคิดถึงจริงๆ ของเขาแรงจริงๆครับฝนหยุดตกพอดี ผมทั้งร้องทั้งเต้นตะโกนแหกปากอย่างไม่อายเด็กแว้นแถวๆนั้นเลย แหกปากเสียงยังไม่ทันแหบเวลาแห่งความสุขมันหมดไปไวจริงๆครับ เฮ้อ ...

สภาพของแต่ละคนโทรมสุดๆยิ่งไอ้พวกไม่ใส่เสื้อกันฝนแล้วตากฝนเนี้ยทั้งเปียกทั้งเหม็น รับไม่ได้จริงๆแถมมาเบียดผมอีกโอ้ยจะเป็นลม

กว่าจะมาถึงโรงแรมได้ผมก็แทบจะคลานขึ้นเตียงแต่ท้องผมร้องดังมากๆ ผมเลยลากซีวอนมันลงไปเดินหาไรกิน เกือบจะอดตายแล้วครับไม่มีร้านอาหารข้างทางให้แวะกินเลยสักร้าน แต่แหมคนไทยไม่มีวันอดตายหรอกครับ 7-11 มีทุกหนแห่ง สงสัยปอปจะลงผมทั้งสั่งอาหารกล่อง มาม่ากระป๋อง แถมโดปไข่ลวกด้วย 1 ฟอง ไอ้ซีวอนมันบังคับผม ถ้ามันอยากจะโดปทำไมไม่โดปไปสองฟองเลยละ หรือมันกลัวกินสองฟองแล้วจะคึกเกินไปคู่ขาไม่อยู่ให้ระบายด้วยสิ น่าจะๆ ฮึยย นึกแล้วสยิว

หลังจากสวาปามอาหารทั้งหลายหมดผมก็อาบน้ำพักผ่อนพรุ้งนี้จะเป็นทริปเที่ยวของพวกผมครับ

คุณลุงเจ้าของรถมารอพวกผมตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าเลยครับ ตะเวนไปเรื่อยๆครับรอบๆเมืองเชียงใหม่ วัดที่นี้เขาสวยงามอลังการมากๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นวัดเก่าแก่อายุก็หลายร้อยปี พวกผมแวะขึ้นดอยไปไหว้พระมาด้วยครับแต่ไม่ได้ขึ้นไปไหว้กันหรอกยืนไหว้กันตรงถนนนั่นละ เนื่องจาก เมา...

พอตกเย็นพวกผมก็ไปเดินที่ถนนคนเดินกันครับ ผมชอบที่นี่มากเลยมีงานศิลป์เยอะแยะไปหมดของแปลกๆแถมยังถูกอีกชอบครับชอบ แถวนี้มีวัดสวยๆด้วยนะครับ ทำจากไม้ทั้งหมด สวยงามอลังการเห็นแล้วเหมือนมีมนต์ขลังน่าดึงดูด

เดินได้ไม่เท่าไหร่ผมก็ต้องกลับแล้วครับ ทุกคนไปส่งผมที่สนามบินกันหมดแต่ครั้งนี้ผมกลับคนเดียวครับไอ้ซีวอนมันถังแตกมันทิ้งผมให้กลับคนเดียว ผมเลยต้องโชว์เดี่ยวอย่าได้กลัวฮ่าๆ อีทงเฮคนนี้ไม่เคยกลัวอะไรอยู่แล้ว

ใช้เวลาอยู่บนเครื่องไม่นานก็ถึงกรุงเทพแล้วครับ ได้เดินช๊อบปิ้งคิงพาวเวอร์ก็รู้สึกคุ้มละกับการเสียงตังนั่งเครื่องบิน



.................



อันที่จริงผมก็เพ้อเจ้อเรื่องเชียงใหม่ไปเยอะเหมือนกันนะเนี้ย เรากลับมาปัจจุบันกันดีกว่าเรื่องของเรื่องก็คือ อาทิตย์หน้าคิบอมจะไปเชียงใหม่ครับขานี้ยิ่งกว่าผมอีกไม่เคยนั่งเครื่องบิน ถามผมทุกขั้นตอนเลย จริงๆผมก็ตอบไปละเอียดอยู่นะเดินยังไงซื้อยังไงอยู่ตรงไหน แต่พอเอาเข้าจริงคิบอมมันไปซื้อวันเสาร์คนก็ค่อนข้างเยอะอะนะ แล้ววันเสาร์ก็เป็นวันพักผ่อนของผมด้วยผมเลยใช้เวลาทั้งหมดของผมไปกับการอ่านนิยายน้ำเน่า

ขณะที่ผมกำลังอินกับนิยายเสียงบีบีของผมก็ดังไม่หยุด แต่แหมใครจะสนใจละผมนอนตีพุงอ่านนิยายอยู่ชั้นบน บีบีนะผมทิ้งไว้ข้างล่าง อยากจะดังก็ดังไปผมขี้เกียจซะอย่าง ผมอ่านนิยายต่อไปได้สักครึ่งชั่มโมง ชักอยากรู้แหะ ใครมันบีบีมาหารั่วขนาดนั้น



บีบี

จองโม : เห้ยทงเฮไอ้คิบอมมันโทรมาขอเบอร์มึงกับกูวะ

จองโม : ว่าจะถามเรื่องซื้อตั๋วเครื่องบิน

จองโม : แต่พอดีกูไม่มีเบอร์มึงกูเลยบอกว่าเดี๋ยวให้มึงโทรหา

จองโม : 085-XXX-XXXX

โอ่ะ ผมเป็นอะไรไปเนี้ยหุบยิ้มสิหุบยิ้ม นายจะยิ้มทำไมเนี้ยอีทงเฮ

ผมรีบโทรไปที่เบอร์นั้นทันที ใจผมเต้นรัวอากาศก็ไม่ได้ร้อนแต่ทำไมผมถึงได้ร้อนขนาดนี้ก็ไม่รู้

ตู๊ดดด ตู๊ดดด ไม่มีใครรับโทรสับ....

ผมกดวางสายไปแล้วก็ไปเข้าห้องน้ำปลดปล่อยสิ่งที่อัดอั้นมานานอย่างกับท่อประปาแตก ผมกำลังยิงกระต่ายเพลินๆเสียงเพลงก็ดังขึ้น ...ซุปเปอร์จูเนียร์ เฮียวีโกไลค์ดีสคัมมอน โอ้ว โอ้ว โอ้ว....

เห้ยเสียงโทรสับผมนิหว่า ผมรีบวิ่งออกมารับเกือบไม่ทันแหนะ ตอนมองหมายเลขโทรสับผมก็แอบด่าในใจนะ ทีตอนโทรไปละไม่รับ ทีตอนคนเขาทำธุระละดันโทรกลับมา นี่ถ้าผมขี้อยู่จะออกมารับโทรสับมันทันไหมเนี้ย

บ่นในได้ไม่ได้เท่าไหรผมก็ต้องกดรับโทรสับที่แหกปากดังลั่นอยู่บนเตียงนอนของผม

“ขอโทษษษษ ซื้อเสร็จรึยังอะ” ทันทีที่ผมรับโทรสับผมก็รีบชิงขอโทษก่อนเลยกลัวว่ามันจะวีนใส่ผม

“เสร็จแล้ว”

อื้อหือเสียงคนหล่อติสแตกมันเป็นอย่างนี้เอง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่ออะนะคิบอมเป็นหนึ่งในคนที่หน้าตาดีที่สุดในคณะของผมเลยละ ผมไม่ค่อยจะได้มีโอกาศคุยกับคิบอมหรอก ขานั้นสาวๆเยอะ ไม่อยากจะเม้าคิบอมมันเคยชอบเพื่อนผมด้วยละเคยตามจีบกันอยู่พักนึงผมก็ลุ้นอยู่นะว่าทั้งคู่จะคบกันแต่แหม เพื่อนผมมันก็หล่อเลือกได้ได้คนที่หล่อ รวยกว่าคิบอมเยอะ ผมคิดว่างั้นอ่านะ

“แล้วเป็นไง ซื้อสายการบินไหน บินกี่โมง” ผมรัวคำถามไปเป็นชุดเลยครับ เป็นห่วงว่าคิบอมจะซื้อถูกรึเปล่า

จริงๆนี่ก็เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่ผมกับคิบอมได้คุยกันแบบนี้ คุยกันตั้งนานแหนะครับครึ่งชั่วโมงได้ ปกติแล้วผมเป็นคนไม่ชอบคุยโทรสับกับใคร ขี้อายนะครับ คุยกับใครนานๆไม่ได้ 30นาทีถือว่านานมากๆๆละสำหรับผม จริงๆที่ไม่ชอบคุยโทรสับก็เพราะกลัวฟังเขาพูดไม่รู้เรื่องมากกว่า ยิ่งเสียงคิบอมนะฟังยากมากครับ ทั้ง ทุ้มนุ่มลื่นหู เอ่อะ.....



เอาเป็นว่านายคิบอมซื้อตั๋วเครื่องบินได้อย่างถูกต้องเป็นพอครับ



หลังจากนั้นผมก็ใช้ชีวิตเป็นปกติ ทุกวันทำงานก็ทักทายคิบอมเพ้อเจ้อบ่นนั่นบ่นนี้ไปเรื่อยเปื่อยผ่านไปหนึ่งอาทิตย์กับอีกสามวัน คิบอมมันลาครับ พฤหัส ศุกร์ ชิ่งหนีไปเที่ยวต่างจังหวัด ผมละอิจฉามันจริงๆหยุดยาวสี่วัน งี้แหละคนหล่อติสแตกอย่างคิบอมต้องไปเที่ยวคนเดียว ชิลๆ โอ้ยคิดแล้วหมั่นไส้สุดๆเลย

เห็นมันบอกว่าขาไปอยากไปแบบชิลๆเลยนั่งรถทัวร์ นี่แหละครับคนติสแตก

วันนี้วันพุธครับไอ้คิบอมมันเลิกงานเร็วไปเก็บกระเป๋า ผมเลยต้องนั่งแก่วไม่มีคนเม้าด้วยตั้ง3ชั่วโมงแหนะกว่าจะเลิกงาน โอ้ยเบื่อมากเลยวันนี้อยากกลับบ้านใจจะขาด ผมติดละครทาสรักครับ เจ้าหญิงเจ้าชายรักกัน แหมน้ำเน่าได้ใจผมเลย



แต่กว่าผมจะถึงบ้านนะก็ดึกละต้องพาน้องหมาที่น่ารักของผมทั้งหลายไปเดินเล่นอีก ผมอยากดูทาสรักกกกกกกกกก ผมหันไปคุยกับน้องหมาของผมเผื่อว่ามันจะรู้เรื่อง

“เสียใจด้วยนะ รอไปก่อน”

ตอนผมกลับมาถึงบ้านละครก็ใกล้มาแล้วครับผมเลยต้องรีบกินข้าวให้เสร็จแต่ไม่ทันแหะละครมาก่อนน้องมาเลยอดไป สองทุ่มกว่าแล้วป่านนี้รถทัวร์คงออกจากอู่ละส่งเมสเสทไปหาดีกว่า

Send to : kibum

“เดินทางปลอดภัยนะ”

งี๊ดๆๆ ก๊อกๆ

โอ้โหใครสอนมันวะเนี้ย มีเคาะประตูเรียกด้วยอ่า

“รู้แล้วคราบๆๆ รอก่อนได้ไหมละโฆษณานะรู้จักมั้ยย” ผมหันไปดุใส่มันแล้วก็หันกลับมาดูละครต่อ อย่าหาว่าผมบ้าเลย

พอโฆษณาปั๊ปผมก็ต้องรีบพามันออกไปเดินออกไปวิ่ง ทำเวลาครับโฆษณามันสั้น ผมทำแบบนี้ไป3รอบจนคิดว่าหมาๆของผมน่าจะเดินจนพอใจแล้วผมก็มานั่งดูทาสรักอย่างสบายใจ ดูไปได้สักพักจนเหลืออีกแค่สองตอนสุดท้ายโทรศัพท์เจ้ากรรมก็ดังลั่น

...ซุปเปอร์จูเนียร์ เฮียวีโกไลค์ดีสคัมมอน โอ้ว โอ้ว โอ้ว....

ทีนี้ผมแปลกใจจริงๆนะเนี้ย คิบอมโทรมาอีกแล้ว?

ผมบอกแล้วว่าผมไม่ชอบคุยโทรสับผมเขิน ผมก็เลยขึ้นไปคุยบนห้องของผม ก็สายตาท่านแม่ที่มองมาอย่างกับจะทะลุทะลวงเข้าไปถึงต้นสายอย่างงั้นแหละ และอีกอย่างผมก็คิดว่าคงคุยกันไม่นาน

ตอนแรกที่รับโทรสับหูแทบแตกแหนะรถทัวร์เปิดหนังตลกดังมาก เสียงไอ้คิบอมก็โครตจะทุ้มเลยฟังยากได้โล่ห์ ทีหลังจะโทรมาช่วยหาที่เงียบๆได้ไหมสงสารหูกูหน่อยเถอะ

15 นาทีผ่านไป ผมหันไปมองนาฬิกา เห้ย ทาสรักของผมจะจบแล้ว

30 นาทีผ่านไป ไม่วางจริงอะตอนสุดท้ายแล้วนะเว้ย

สุดท้ายผมก็อดดูทาสรักจนได้เพราะไอ้คิบอมคนเดียว และที่เซงสุดๆก็คือผมคิดว่ามันจะคุยแปปเดียวผมเลยไม่ได้เปิดแอร์ ตอนนี้รู้แล้วว่ามันไม่วางง่ายๆแน่ผมเลยทิ้งตัวลงนอนแล้วเปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำ

นอนกลิ้งไปกลิ้งมาเรื่องในอดีตตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงปีสี่ก็ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาเล่าให้กันฟัง ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันมีอะไรให้คุยกันขนาดนี้ ผมอยากจะวางหลายรอบแล้วนะแต่มันวางไม่ได้สักทีพอผมจะวางคิบอมก็แทรกเรื่องขึ้นมาเล่าต่อ อ่ะ ฟังกันไป ต่างคนต่างเม้ากันไปจนเที่ยงคืนพระเจ้า เกิดมาไม่เคยคุยกับใครนานเท่านี้มาก่อนเลย ผมจะหลับคาโทรสับอยู่แล้วเนี้ย

ผมทั้ง ไอ ค่อก ไอ แค่ก หาวก็แล้วยังไม่ยอมวางอีก จนผมต้องบอกว่าไม่ไหวแล้วจะหลับ ไอ้คิบอมถึงจะยอมวางมีการกวนผมด้วยนะ

“ง่วงแล้วเหมือนกัน จะนอนละ”

นี่มึงคุยกับกูแค่คั้นเวลาใช่ไหมเนี้ย?

“อืมบ๊ายบาย ฝันดี”



ตอนแรกก็ง่วงอยู่หรอกนะพออาบน้ำตอนเที่ยงคืนเท่านั้นละประสาททั้งหลายของผมก็ตื่นเลย ไหนๆก็ไหนๆละผมเลยไปเล่าให้ฮยอกแจเพื่อนรักของผมฟัง ผมเคยเล่าให้มันฟังก่อนหน้านี้ไปแล้วละไอ้นี้ก็ยุ้ผมจังเลย ให้ผมจีบคิบอม บ้ารึเปล่าคิดมาได้ยังไง ผมยอมรับก็ได้ตอนเข้าปีหนึ่งใหม่ๆผมเคยชอบคิบอม ก็มันหน้าตาดีจริงๆนะ ใครหลายคนก็ชอบมัน แต่พอผมรู้ว่าคิบอมมันชอบเพื่อนผมตามจีบเพื่อนผมอยู่ผมก็เลิกชอบมันไปละ

บีบี

ทงเฮ : เห้ยคิบอมโทรหาฉันอะ

ฮยอกแจ : ว้าวๆ ซัมติงๆ

ทงเฮ : เอ่อ.....เออ คิดไรกับกูปะเนี้ย ไปถามมันให้หน่อยดิ

ฮยอกแจ : ก๊ากก จีบเลยมึง สานต่อๆ

ทงเฮ : จะดีหรอกูจีบใครก่อนไม่เห็นติดสักคนไม่เอาดีกว่า

ฮยอกแจ : ก๊ากกเชื่อกูเถอะถ้าไม่คิดไรไม่โทรมาหรอก

ทงเฮ : บ้าไม่มีเพื่อนคุยไงเลยโทรมาหา แต่คุยตั้งสองชั่วโมง นานไปปะวะ

ฮยอกแจ : นั่นไงๆ มีซัมติงชัวตรีนนนเลยมึง

ทงเฮ : ก๊ากก นอนละๆ

ฮยอกแจ : เออนอนด้วยๆ





ฮยอกแจมันพูดจนผมคิดมาก





คืนนั้นก่อนผมจะหลับได้ทิ้งบีบีไว้ให้พี่ฮีชอล

บีบีฮีชอล

ทงเฮ : พี่ฮีชอลถามไรหน่อยดิ

ทงเฮ : ถ้าไม่ได้คิดไรจะโทรมาคุยนานหลายชั่วโมงปะ





...................







ผมคิดว่าผมจะนอนไม่หลับซะอีกที่ไหนได้หลับเป็นตาย ผมต้องใช้เวลาอยู่บนรถเมล์นานสองชั่วโมงกว่าจะถึงที่ทำงานผม ผมก้มมองบีบีเผื่อพี่ฮีชอลจะตอบกลับมา



บีบี

ทงเฮ : อ่ะพี่ฮีชอลอ่านข้อความแล้วก็ตอบสิ

ฮีชอล : เอ้าก็ยังไม่รู้เรื่องเลยจะให้ฉันตอบไรละหะ // เจ๊แกวีนใส่ผมครับ

ทงเฮ : ก็ไอ้คิบอมอ่ามันโทมาคุยกับผมตั้งนานอ่าสองชั่วโมงได้

ทงเฮ : จริงๆก็ไม่ได้ไรนะแค่อยากรู้เฉยๆเพราะอย่างคิบอมมันไม่ได้ชอบผมอยู่แล้ว หล่อเลือกได้ขนาดนั้น

ฮีชอล : แล้วไปเริ่มคุยกันได้ยังไง

ทงเฮ : ก็คุยกันทุกวันนะใน MSN แล้วก็เรื่องซื้อตั๋วเครื่องบิน แล้วก็โทรมาเมื่อคืนเนี้ยแหละพี่

ฮีชอล : อ่ะหรอ รอๆดูไปก่อน

ฮีชอล : ถ้าโทรมาอีกแสดงว่า something

ฮีชอล : ก๊ากกก อย่าไปออกตัวแรงไอ้น้อง สงวนท่าทีไว้

ทงเฮ : บ้าหรอพี่ ผม...ผมไม่ได้ออกตัวไรเลยนะผมอยู่ของผมเฉยๆๆ ชิผมงอลพี่ละ

ฮีชอล : ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ผมละเหนื่อยใจทำไมใครๆก็คิดแบบนี้กันนะ

ผ่านไปอีกวัน วันนี้ละโครตเหงาเลยไม่มีใครอยู่ให้เม้าด้วยเลยเงียบเหงาสุดๆใจก็จดจ่ออยู่แต่กับโทรศัพท์ สงสัยผมจะคิดมากตามฮยอกแจกับพี่ฮีชอล โอ้ยยย ออกไปจากหัวผมสักทีไอ้คิบอมบ้า

จริงๆผมไม่อยากคิดเลย ผมอกหักมาจนชินแล้วแหละ ผมมันไม่ได้ดูดี เตี้ยล่ำ ใครจะมาชอบผมแค่คิดผมก็ไม่อยากจะคิดแล้ว ใจนึงผมก็อยากจะได้ยินเสียงโทรศัพท์ อีกใจผมก็ไม่อยากจะได้ยินเสียงมัน ถ้าได้ยินผมกลัวว่าผมจะคิดเข้าข้างตัวเอง ถึงแม้จะชินแต่ผมก็เบื่อที่จะต้องมาเจ็บอีก

เฮ้อ.....

ช่วงสองวันนี้ทงเฮเงียบมากไม่พูดจาไรกับใครสักคนจนฮีชอลเริ่มทนไม่ไหว ฮีชอลเป็นรุ่นพี่ที่เสี้ยวที่สุดในรุ่นเป็นพี่รหัสของทงเฮและทงเฮก็เป็นน้องสุดที่รักของฮีชอลซะด้วย ฮีชอลรู้จักทุกคนดีโดยเฉพาะกับกลุ่มของคิบอม ฮีชอลต่อสายตรงไปหาคิบอมทันที

“สวัสดีครับพี่ฮีชอล มีไรรึเปล่าครับถึงโทรหาผมได้”

“หึ มีนะมีแน่ ตอนนี้นายอยู่ไหน”

“เชียงใหม่ครับ”

“อ๋อหรอ……..” เงียบไปอึดใจ

“มีไรรึเปล่าครับ”

“ได้ข่าวว่าโทรหาน้องรหัสฉันหรอหะ”

“ครับ? ใครอะน้องพี่”

“อย่าทำเป็นไม่รู้ไอ้คิบอม”

“ครับๆ ผมโทรเอง”

“คิดอะไรเกินเลยกับน้องฉันรึเปล่า ตอบมาอย่างลูกผู้ชายเลยนะ”

“หึๆ ทำไมผมต้องบอกพี่ด้วยละครับ”

“หนอยยยไอ้นี้วอนหาเรื่องเรอะ เดี๋ยวได้บินไปต่อยปากแกถึงเชียงใหม่”

“มันเป็นเรื่องของผมกับทงเฮนะครับพี่ฮีชอล”

“เรื่องของทงเฮก็เรื่องของฉันเหมือนกันนั่นละ”

“เดี๋ยวพี่ก็รู้เองแหละหนา แค่นี้ก่อนนะครับผมต้องไปต่อแล้ว”

“เห้ย เดี๋ยวดิวะ” ตื๊ดดดดดดดดด





คิบอมทิ้งระเบิดลูกมหึมาไว้กับฮีชอลจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้แม่แต่ทงเฮเองก็ไม่กล้าเข้า วันนี้วันอาทิดตย์แล้วทั้งทงเฮ ฮยอกแจ ฮีชอลและเพื่อนๆในกลุ่มพากันไปนั่งกินของหวานที่ร้านเลิฟเลิฟ

ทงเฮหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา ดูแล้วดูอีกนี่ก็บ่าย 3 กว่าแล้วคิบอมหน้าจะถึงกรุงเทพแล้วมั้ง

“จะดูโทรศัพท์อะไรกันนักกันหนาฮะทงเฮ รอโทรศัพท์ของใครอยู่รึไง มากินของหวานเว้ยไม่ได้มากินมือถือ” ฮยอกแจกัดเพื่อนเข้าไปหนึ่งทีด้วยอารมณ์มั่นเขี้ยว

“เห้ยๆเคลียที่ๆของหวานมาแล้ว” ฮีชอลโวยวายลั่นโต๊ะเลื่อนบีบีทงเฮออก

ฮยอกแจกับพี่ฮีชอลยังคงเป็นคู่กัดกันอยู่เสมอ แม้ทั้งสองจะกัดกันอยู่อย่างนั้นแต่ก็พยายามมองทงเฮอยู่ตลอดเวลา

...ซุปเปอร์จูเนียร์ เฮียวีโกไลค์ดีสคัมมอน โอ้ว โอ้ว โอ้ว....

ทงเฮหันควับจะคว้าเอาบีบีตัวเองแต่ไม่ทันคนมือไวอย่างฮีชอล

“ใครครับพี่ฮีชอล” ฮยอกแจเสนอหน้ามองไปที่หน้าจอบีบีทันที ผมเองก็อยากรู้เหมือนกัน

“หึหึหึ ใครหนอ”

“เห้ย คิบอมนิ” ฮยอกแจตะโกนดังลั่น

“เห้ยไอ้ไก่แกจะตะโกนทำไมวะ”ผมแทบจะปิดปากฮยอกแจไม่ทัน

“ลำโพงเลยพี่ลำโพง”



ตึด

พี่ฮีชอลถลึงตาใส่ผมครับอะไรกันเนี้ย

“ฮะ ฮัลโหล”

“ทงเฮ”

“วะว่าไงคิบอมถึงกรุงเทพแล้วหรอ”

“ครับ คิดถึงนะครับ”

“หะ” อะ…อะไรนะเมื่อกี้ผมได้ยินไม่ชัด

“เห้ยๆๆไอ้คิบอมน้อยๆๆหน่อยทำไรเห็นหัวผู้ใหญ่บ้าง”

หลังจากนั้นพี่ฮีชอลคุยอะไรกับคิบอมผมก็ไม่รับรู้แล้วครับผมงงไปหมดแล้ว



คิบอมพูดว่าอะไรนะ?





คิดถึง..... คิดถึงใช่ไหมครับ