Cardioaccident Story :: the beginning of Us
posted on 09 Aug 2009 13:23 by lunie-borataro in ShotFic
Cardiocident Story Part the beginning of Us .....
story by Luniie's
Cardiocident มาจาก (cardio แปลว่าหัวใจรวมกับ accident แปลว่า อุบัติเหตุ) ซึ่งแปลว่าเหตุแห่งรัก น้องแก้มบัณญัติให้คริๆๆ โค้งงามๆ ประหนึ่งนางสาวไทย
เอี้ยดดด
เสียงล้อรถมินิสีแดงคันเล็กที่พุ้งมาด้วยความเร็วพอประมาณเบรคสุดชีวิตก่อนที่กระเป๋าเอกสารใบกำลังพอดีจะปลิวออกจากร่างชายหนุ่มที่กระแทกกับหน้ารถเต็มแรง
แรงปะทะทำให้หน้าผากไปกระแทกกับพวงมาลัยจนเกิดรอยแดงร่างบางเจ้าของรถเกาะพวงมาลัยแน่นร่างกายสั่นเทาปากเรียวอ้าค้างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสติกลับมาร่างเล็กๆก็หายไปจากจุดเกิดเหตุแล้วเรียบร้อยปล่อยแต่ร่างจมกองเลือดอยู่ที่เดิมท่าเดิม...แบบนั้น
“ไปไหนมาฮยอกแจฉันรอแกตั้งนาน”
“เฮ้ยย ทงเฮมาได้ไงวะเนี้ย”
“ขับรถมาสิวะถามได้”
“เออวะ แล้วไหนละรถแกนะ ฉันไม่เห็นเห็นเลย”
“ฉันขับไปชนคนเข้านะสิแก เลยหนีมาเนี้ย”
“เรื่องจริงหรอวะ ที่แก...ขับรถชนคนนะ”
“เออสิวะไม่งั้นฉันจะหนีมาหรอ ฉันมารอนานแล้วแต่แกไม่อยู่บ้านฉันเลยต้องมาแอบอยู่แถวเสาเนี้ย”ทงเฮดันหลังเพื่อนรักเข้าบ้านโดยเร็วแล้วเดินขึ้นห้องส่วนตัวที่อยู่ลึกเข้าไปด้านในของบ้าน
“เฮ้ย เล่ามาดิไปชนได้ไง แล้วตายมั้ยวะ”
“ตอนกลางวัน แต่ตายมั้ยฉันไม่รู้วะแต่คิดว่าไม่นะ ก่อนจะตัดสินใจเปิดแน่บมาเนี้ยฉันเห็นเขานอนครางอยู่เลยแกคิดว่าไม่ตาย...มั้ง”
“ชายหรือหญิงวะ”
“ชาย ไม่รู้เดินมาอีท่าไหนมาชนรถฉันเนี้ย”ร่างบางยังนั่งน่ามุ้ยไม่เลิกหลังจากเล่าจบ
“แล้วรถแกละไปจอดไว้ไหน มินิเชียวนะเว้ย”
“จอดไว้นั้นแหละ”
“เฮ้ยจอดทำไมวะ เดี๋ยวตำรวจก็ตามเจอว่ารถใคร”
“ก็ดีสิคุณป๋าจะได้เดือดร้อนเรื่องของฉันบ้างฉันคิดดีแล้วหนาถึงได้หนีมาแบบนี้ แล้วก็นะว่าจะทำตัวหายไปสักอาทิตย์แกว่าดีมะวะ”
“บ้าหรอเรื่องใหญ่นะเว้ยเกิดตายขึ้นมาทำไงแล้วนี่ยังไม่ได้บอกคุณป๋าละสิ” ฮยอกแจเอ่ยถามน่าเครียด
“ยัง เหอะ บอกแล้วได้อะไรวะป่านนี้ไปหมกอยู่กับอีหนูที่ไหนก็ไม่รุ้ไม่กลับบ้านมาหลายวันแล้วเชื่อเหอะกว่าตำรวจจะตามหาคุณป๋าเจอนะอีกสองวันนู้นไม่ใช่วันนี้แน่ๆหงุดหงิดชิบหายเลย”
“แกชนตั้งแต่กลางวันไม่ใช่หรอวะแล้วก่อนมานี้หายไปไหนมา”
“ฉันก็หลบไปเรื่อยๆสิ ไม่ให้ใครจำหน้าฉันได้ฉันกลัวอะแกฮยอกแจฉันกลัว ฉัน...ฉันไม่รู้จะทำเขาพิการรึเปล่า ฉันกลัว...” ทงเฮสะอื้นตัวสั่นฮยอกแจสวมกอดเพื่อนรักร้องไห้อย่างขวัญเสียกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ทงเฮ” ฮยอกแจเอ่ยเสียงอ่อนสงสารเพื่อนจับใจ
“ฮยอกแจ ฉัน ฉันไม่มีใครเลย ฉันจะทำไงดีฉันกลัว”
“ใจเย็นดิทงเฮ แกยังมีฉันมีคุณป๋าของแกเอางี้มั้ยโทรหาที่บ้านแกก่อนคุณป๋าแกเป็นคนดังเรื่องมันคงไม่ใหญ่โตอะไรขนาดนั้นหรอก”
“ฉันไม่รู้จะติดต่อคุณป๋าได้ที่ไหนหนิ ไปกกอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้”ทงเฮสะอื้นอยู่นานจนเสื้อฮยอกแจเปียกไปหมด
“เอางี้เดี๋ยวฉันโทรเข้าบ้านแกให้ ลองถามหาแกดู”
“ถ้าคุณป๋ารู้ฉันกลัวคุณป๋าจะด่าฉันไม่เอาหรอกฮยอกแจอย่าโทรเลย ฉันหายไปเงียบๆอย่างนี้ดีกว่า ถ้าเขาห่วงฉันจริงๆนะเขาต้องตามหาฉันเจอสิ”
“แกจะหายไปแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย แกจะไปอยู่ที่ไหนเออพูดถึงที่อยู่ทำไมเราไม่ไปหาพี่ฮีชอลละเขาช่วยเราได้แน่ๆ” ทงเฮผละออกมาจากอ้อมกอดเพื่อนรักทันทีเมื่อนึกถึงพี่ฮีชอลขึ้นมาได้
“พี่เขาจะช่วยเราได้จริงๆหรอ”
“ได้สิวะพี่ฮีชอลเขาเป็นครูเรานะเว้ยเขาช่วยได้อยู่แล้วแกเชื่อเหอะเรามีพี่ฮีชอลเป็นโล่ซะอย่างคุณป๋าแกก็เหอะ กลัวพี่ฮีชอลแง่มใจเย็นไว้แกฉันโทรหาพี่ฮีชอลก่อน”
ฮยอกแจลุกออกไปคว้าโทรศัพท์มากดหาเบอร์โทรฮีชอลทันทีเมื่อเล่าเรื่องราวเลวร้ายจบไปฮีชอลก็รีบบึ่งรถมารับทั้งสองคนไปที่บ้านตัวเองก่อนที่ตำรวจหรือใครที่ไหนจะมาลากเด็กสองคนนี้ไปโรงพัก
ระหว่างรอฮีชอลมารับเด็กหนุ่มสองคนนั่งกอดคอกันร้องไห้ระงมอยู่ในบ้านหลังไม่ใหญ่มากนักความมืดตามกาลเวลาและความหวาดกลัวต่อทุกสิ่งทุกอย่างกำลังเข้ามาก่อกวนจิตใจของเด็กหนุ่มคนหนึ่งสมองของทงเฮขาวโพลนไปหมดคิดอะไรไม่ออกมีแต่ภาพของชายคนหนึ่งชนรถตัวเองแล้วกระเด็นออกไปไม่ไกลมากนักเนื้อตัวมีแต่เลือดสีแดงสดเต็มไปหมด ฮยอกแจเห็นเพื่อนรักร้องไห้เนื้อตัวสั่นตัวเองก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่กอดปลอบกันอยู่อย่างนั้น
ไม่นานเกินรอรถสีดำของฮีชอลก็มาจอดเทียบหน้าบ้านฮีชอลเดินเข้าบ้านพร้อมกับฮันคยองแฟนหนุ่ม เมื่อได้ฟังเรื่องราวอย่างละเอียดอีกทีจากทงเฮคิ้วเรียวก็ขมวดเข้าหากันพยายามช่วยหาทางออกทีดีที่สุดไม่นานนักโทรศัพท์เครื่องหรูก็ถูกยกขึ้นมากดไปที่บ้านของทงเฮทันทีแต่เป็นที่หน้าตกใจคนทางบ้านของทงเฮรู้เรื่องหมดแล้วแล้วตำรวจก็มารออยู่ที่บ้านด้วย
เสียงดุดันและทรงอำนาจของนักการเมืองใหญ่คุณป๋าของทงเฮมันเต็มไปด้วยความโมโหเกลี้ยวกลาดทำให้ฮีชอลถึงขั้นหน้าเผือดสีเม้มปากแน่นจนเกิดการปะทะอารมณ์กันชนิดที่ว่าไม่ใครก็ใครต้องหง่อยกันไปค้างเมื่อคุณป๋าของทงเฮเอ่ยว่าลูกชายของตนเป็นลูกชายที่ไม่รักดีคอยหาแต่เรื่องมาให้น่าจะตายๆไปซะไม่น่าไปชนคนให้เกิดเรื่องชื่อเสียงที่มีเกียติของเขาจะได้ไม่เสียมากขนาดนี้
ฮีชอลถึงขั้นทนไม่ไหวแผดเสียงดังลั่นต่อว่าอย่างรุนแรงกลับไปท้าด้วยซ้ำว่าจะได้ประโคมข่าวลงหน้าหนึ่งว่านักการเมืองเลี้ยงลูกไม่เป็นปล่อยให้ลูกชายคนเดียวทุกข์ทรมานกับสิ่งที่เกิดโดยไม่มีที่พึ่งเพราะผู้ปกครองมัวแต่ไปวิ่งแจ้นคอยปิดข่าวเอาตัวรอดโดยไม่สนใจลูกเลยสักนิด
เสียงวางโทรศัพท์ดังโครมก่อนการเจรจาจะตัดไปพร้อมกับเสียงเหนื่อยหอบของฮีชอลปะปนมากับเสียงโฮร้องของอีทงเฮเมื่อฟังการสนทนาจบ
“ฮือ ผมบอกแล้วเขาไม่สนใจผมด้วยซ้ำผมจะเป็นจะตายยังไงก็ช่างผม เหมือนผมไม่ใช่ลูกเขาเลยฮะ พี่ฮีชอล” ทงเฮร้องไห้ออกมาเสียงดังไม่อายใครว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่ไม่ควรจะร้องไห้ออกมา
“อย่าร้องไห้สิทงเฮพี่จะช่วยเราเองเรื่องแค่นี้ไม่ยากหรอกหนา”
“คุณจะทำยังไงฮีชอล” ฮันคยองแฟนหนุ่มจับบ่าฮีชอลแล้วเอ่ยถามสีหน้าเครียด
“คงต้องไปโรงพักก่อนแหละ”
“แต่พี่ฮีชอล” ทงเฮมองหน้าฮีชอลตาละห่อยอย่างน่าสงสารปนน่าเอ็นดูในสายตาของฮีชอลเด็กตัวแค่นี้ต้องมาเจอแต่เรื่องอะไรก็ไม่รู้
“ไม่ต้องพูดเลยเรา เชื่อพี่เถอะหนาเหตุการณ์นี้จะต้องทำให้พ่อเธอสำนึกขึ้นมาได้บ้างพ่อเธอจะต้องไปรอที่โรงพักแล้วแน่ๆหรือถ้าเขาไม่มานะเราจะได้รู้กันว่าเขาไม่เห็นทงเฮเป็นลูก ไปกันเถอะเรื่องจะได้จบๆ”ทงเฮปาดน้ำตาทิ้งพยักหน้าตามที่ฮีชอลพูด
ทั้งสี่คนต่างลุกออกจากที่ๆนั่งอยู่เดินออกไปนอกบ้านเพื่อขึ้นรถของฮีชอลไปยังสถานีตำรวจใกล้ที่เกิดเหตุไม่ถึงอึดใจทั้งสี่ก็มาอยู่ที่หน้าสถานีตำรวจปรากฏว่าท่านนักการเมืองใหญ่กำลังนั่งหน้ายุ่งอยู่ตรงกลางภายในสถานี
ฮีชอลเดินหน้านิ่งเข้าไปข้างในพร้อมกับกอบกุมมือทงเฮที่ยืนหน้าซีดน้ำตาเปราะเต็มสองแก้มขาวอยู่ข้างกาย
“หายหัวของแกไปไหนมา!!”เสียงดุก้าวร้าวตะโกนขึ้นด่าทันทีเมื่อเห็นหน้าลูกชายเดินเข้ามาใกล้
ฮีชอลทนไม่ไหวแผดเสียงเข้าใส่บ้าง “ช่วยระวังคำพูดด้วยนะครับผมกลัวว่าคำพูดของท่านจะทำให้ชื่อเสียงอันมีเกียติของท่านแปดเปื้อนและเสียหายได้นะครับและถ้าจะกรุณาช่วยมองดูลูกชายของท่านบ้างว่าลูกของท่านนะขาดความรักจากผู้ปกครองที่ห่วงแต่ชื่อเสียงแค่ไหนเหอะ ท่านดูตัวเองก่อนเถอะครับว่าท่านนะ ดูแลลูกของท่านดีพอแล้วหรือยังเด็กตัวเล็กๆอายุแค่นี้ต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายเพียงลำพังคนเดียวมันสมควรหรอครับ”
ทงเฮเม้มปากตัวเองแน่น มองบิดาด้วยสายตาตัดพ้อดวงหน้าขาวงดงามบัดนี้ซีดเผือดมอมแม่มไปด้วยหยาดน้ำตามันคงมีอำนาจพอที่ทำให้บิดาคนนี้รู้สึกสำนึกผิดขึ้นมาได้บ้างนักการเมืองหนุ่มเดินเข้ามาหาลูกชายช้าๆจับไหล่เบาๆแล้วลากเข้ามากอดอย่างอบอุ่นปลอบประโลมลูกรักให้หายหวาดกลัวจนทงเฮเองก็ปล่อยเสียงโฮออกมาอีกระรอกหนึ่งดังลั่นโรงพักนั้นละบิดาถึงได้ยิ้มขึ้นมาได้
“ร้องไห้เป็นเด็กผู้หญิงไปได้ทงเฮไม่เป็นไรแล้วเชื่อพ่อเถอะ”
ชายวัยกลางคนยืนกอดปลอบไม่ปล่อยอยู่สักพักจนเสียงร้องไห้ของทงเฮเงียบหายไปจึงไปจัดการเรื่องที่ค้างไว้ต่อจนเสร็จปล่อยให้ทงเฮอยู่กับฮยอกแจและครูที่แสนโหดฮีชอล
“เห็นมั้ยละทงเฮ พี่บอกแล้วคุณป๋าของเรานะยังรักเราเสมอแหละที่ท่านอารมณ์เสียใส่นะเพราะท่านห่วงที่เราหายมาแบบนี้”
“ผมว่าเพราะพี่ฮีชอลไปแว้ดใส่คุณป๋ามากกว่าคุณป๋าถึงได้ไม่กล้าหือแบบนี้”ทงเฮที่หน้าตาซีดเซียวเมื่อกี้ตอนนี้กลับมีสีเลือดขึ้นมาบ้างและเรื่มยิ้มออกมาบ้างแล้ว
“ฮยอกแจแกจะกลับบ้านเลยหรอ ไปนอนกะฉันเหอะนะคืนนี้ฉันไม่อยากนอนคนเดียว”
“ได้ที่ไหนกันละ คุณลุงคุณป้าฉันไม่อยู่บ้านไม่เฝ้ากลับมามีหวังโดนด่าเละนะสิ”
“หนานะไปนอนด้วยกันเหอะ”
“กลับหรือยังลูก” เสียงเข้มแกมดุของคนมีอายุแล้วแว่วดังมาแต่ไกลก่อนจะถึงตัวลูกชายเสียอีก
“พ่อจัดการเสร็จแล้ว ชดใช้ค่าเสียหายจ่ายค่ารักษาให้ตั้งแต่บ่ายแล้วหละพ่อว่าพรุ้งนี้ลูกไปขอโทษเขาดีกว่านะแล้วไปเองได้ไหมพ่อติดประชุดไปด้วยไม่ได้”
“ครับเดี๋ยวผมไปเอง”
ก่อนจะแยกย้ายกันไปท่านนักการเมืองใหญ่ลีชินอาพูดคุยกับอาจารย์อยู่อีกสักครู่ถึงเรื่องการดูแลลูกชายและการให้ความรักความเข้าใจจนทงเฮอดกระซิพกับฮยอกแจไม่ได้ว่า
“สงสัยงานนี้ฉันได้เงินใช้เพิ่มแน่เลยวะแก”ทงเฮกระซิพเสียงเบา จนฮยอกแจตีป้าปเข้าให้
“ฮยอกแจไปนอนกะฉันเถอะนะ กลับไปก็นอนคนเดียว”ทงเฮทำท่าออดอ้อนเพื่อนรักอีกทีหนึ่งจนได้ยินเสียงคุณป๋าแทรกเข้ามา
“อ่าวฮยอกแจอยู่บ้านคนเดียวหรือ มาพักกับลูกน้าสิ”ไม่ทันจบคำชวนทงเฮก็ลากเพื่อนรักไปยังรถแวนคันหรูที่จอดอยู่ไม่ไกลทันที
เช้าวันต่อมาทงเฮแทบไม่อยากลุกออกจากเตียงตัวเองเลยสักนิดแต่ฮยอกแจเนี้ยสิตื่นแต่เช้าจนทงเฮต้องตื่นด้วยอีกคน
“แกจะรีบไปไหนวะฮยอกแจเช้าขนาดนี้” ทงเฮงัวเงียถาม
“กลับบ้านนะสิเช้าแล้วนะ ถ้าป้ากับลุงฉันกลับมาไม่เจอฉันตายแน่แกเอ้ยฉันยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อนะ” ฮยอกแจหยิบชุดตัวเองมาใส่อีกครั้งจนทงเฮต้องขัดขึ้น
“แกก็ใส่ชุดฉันไปสิจะใส่ตัวเดิมทำไมเอาไว้นี้แหละเดี๋ยวซักเองรีบๆอาบเข้าละเดี๋ยวไปเป็นเพื่อนขอนอนต่ออีกหน่อยอาบเสร็จแล้วเรียกด้วยละ” ทงเฮบ่นเสียงยาวก่อนจะล้มตัวลงเตียงนุ่มอีกครั้ง
เมื่อฮยอกแจออกมาจากห้องน้ำเตรียมจะเรียกทงเฮไปอาบบ้างแต่เจ้าตัวกลับตื่นแล้วพร้อมกับเปิดหนังสือพิมพ์นั่งอ่าน
“แปลก แกจะอ่านหนังสือพิมพ์ทำไมวะ เกิดมาแกเคยอ่านหนังสือพิมพ์ด้วยหรอ”
“ไอ้นี่หนิฉันก็อยากรู้บ้างสิวะว่าจะมีข่าวฉันขึ้นหน้าหนึ่งบ้างรึเปล่า เออเดี่ยวแกไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อนฉันด้วยละว่าจะไปดูหน้าสักหน่อย”
“ไอ้บ้าอยากขึ้นหน้าหนึ่งนักหรือไงคุณป๋าแกได้เสียหายเอาหนะสิ เออเดี๋ยวไปเป็นเพื่อน”
“เสียหายบ้างก็ดี แต่แปลกมีข่าวรถชนตั้งสองข่าววะแต่มะเห็นมีข่าวฉันเลยเห้ยฮยอกแจแกมาดูข่าวนี้ดิ”
ทงเฮเรียกฮยอกแจมาดูข่าวรถทัวร์จากปูซานพลิกคว่ำคนตายเกลื่อนทงเฮอ่านไล่ไปเรื่อยๆมีรายชื่อคนเสียชีวิตอยู่แต่ชื่อที่รู้มันคุ้นหูเหลือเกินจนต้องเรียกเพื่อนมาดูฮยอกแจหน้าเผือดสีทันทีมือบางเปิดผลิกไปดูตามหน้าที่บอกชื่อและรูปคนเสียชีวิตทันทีใบหน้าของคนมีอายุหน่อยสองคนถ่ายคู่กันคนนึงคือลุงของฮยอกแจอีกคนก็ป้าข่าวการเสียชีวิตของผู้มีพระคุณที่เลี้ยงดูฮยอกแจและยังเป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวที่เหลือนี้ทำให้ฮยอกแจช๊อคจนทำอะไรไม่ถูกหยาดน้ำตาของลูกผู้ชายคนหนึ่งกำลังไหลลงมา
ตลอดเวลาที่ฮยอกแจมาเรียนอยู่ในโซลก็ได้คุณลุงเป็นคนดูแลทุกข์สุขขาดคุณลุงไปชีวิตของฮยอกแจจะเป็นยังไง
ทงเฮหอบเพื่อนไปโรงพยาบาลทันทีหลังจากช๊อคที่ได้ข่าวถึงการจากไปของญาติทั้งสองคน
“เกิดอะไรขึ้นทงเฮ” ยูบินกรอกเสียงตามสายโทรศัพท์ไปเมื่อฮยอกแจโทรมาหา
“ฮยอกแจมันช๊อคครับน้ายูบินเมื่อเช้าอ่านข่าวคุณลุงมินคยูกับป้าเขาเสียแล้วครับรถคว้ำขณะกำลังกลับจากปูซาน”
“โถ่ฮยอกแจ ไม่น่าเลยคุณมินคยูก็ไม่น่ามาเสียเอาตอนนี้เมื่อวานก่อนฮยอกแจเพิ่งมาหาน้าเอง”
“หรอครับเดี๋ยวผมก็ไปดูฮยอกแจก่อนนะครับผมเป็นห่วง”
“ดูแลดีๆนะทงเฮถ้าน้าไปได้เดี๋ยวจะไปเยี่ยม”
“ครับ”
มินคยูเป็นหมอประจำตระกูลของท่านทูตลีสนิทกันดีกับน้ายูบินเพราะคอยรักษาเวลาไม่สบายมาตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีฮยอกแจเองก็คอยติดตามคุณลุงมาที่บ้านท่านทูตเสมอจนเป็นที่รู้จักของบ้านนั้น
“ซีวอน น้าอยากไปเยี่ยมฮยอกแจน่าสงสารอะไรอย่างนี้เด็กตัวแค่นี้มาเสียคนสำคัญไป”
“อย่าเลยครับ น้ากำลังไม่สบายพักอีกหน่อยวันสองวันรอดีขึ้นกว่านี้เดี๋ยวผมจะพาไปผมจะดูแลฮยอกแจเองครับอย่าห่วงเลย”
“แต่ฮยอกแจน่าสงสารเขาไม่มีใครเลยนะพยาบาลจะดูแลเขาดีรึเปล่าค่ารักษาละ ซีวอนน้าฝากดูแลด้วยนะ”
คิบอมหันไปตามเสียงเปิดประตูด้านหน้าจนเห็นว่ามีร่างบอบบางน่าตาน่ารักเข้ามาด้านในพร้อมกับดอกไม้เยี่ยมไข้สีชมพูที่ตัดกับชุดสูทสีดำที่เจ้าตัวใส่เหลือเกินนี่ถ้าไม่รู้ว่าคนที่ขับรถชนเป็นผู้ชายก็ไม่คิดว่าคนที่เข้ามาจะเป็นผู้ชายเหมือนกันน่าตาหวานออกขนาดนั้นจนคิบอมยั้งปากไว้ไม่อยู่
“มาเยี่ยมไข้หรือมางานศพครับ ?”
“นาย...” ทงเฮอึดอักพูดไม่ออกทันทีที่เห็นหน้าคนที่อยู่บนเตียงทงเฮจำได้แม่มว่าคนที่นอนอยู่นี่เป็นคนเดียวกับที่กระเด็นไปจากหน้ารถมินิของเขาเมื่อหลายวันก่อนนี่เอง
“นาย เอ่อ จำฉันได้ไหม” นี่คือคำทักแรกเมื่อทงเฮพูดกับคู่กรณี
“ฉันเป็นคนขับรถชนนายไง”
“อ๋อ” เท่านั้นละถึงมีเสียงตอบกลับมา
คิบอมรู้สึกเอ็นดูคนตรงหน้ายังไงบอกไม่ถูกพร้อมกับข่าวที่รู้มาจากนายตำรวจและก็ทหายของพ่อเขาว่าเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้ตั้งใจชนเขาแต่เพราะความกลัวทำให้เขาหนีเตลิดไป แต่คิบอมก็ไม่เข้าใจอยู่ดีมาเยี่ยมไข้ทั้งทีทำไมต้องใส่เสื้อผ้าสีดำ!!
ไอ้เด็กคนนี้มันตามมาแช่งเขาถึงโรงพยาบาลเลยหรือไง เด็กเวร!!
“อยากมาดูให้แน่ใจก่อนหรอ...ถ้างั้นผมว่าคุณควรจะใส่สีอื่นมานะจะได้ไม่เสียเที่ยวแบบนี้”คิบอมอดยั่งปากไม่อยู่อีกแล้ว
“อะไรของนายนะฉันมาขอโทษนายนะตั้งใจจะมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วแต่ติดธุระ ญาติเพื่อนฉันตาย นายชื่อไรละ”
“คิบอม!” คิบอมตอบเสียงห้วนรู้สึกเสียหน้านิดๆ
“อะไรกัน คิบวมหรอกหรอ” คิบอมหน้าหงิดหน้างอขึ้นมันทีพร้อมกับมือที่ยังใช้การได้อยู่ก็ลอยขึ้นมา
“มะแหง่กแหนะ” ทงเฮยิ้มกับการกระทำของอีกคนและเดินเอาดอกไม้สีสวยไปวางไว้ข้างเตียงคนป่วย
“ฉันขอให้นายหายเร็วๆนะ อโหสิกรรมให้ฉันด้วย”ทงเฮจ้องตาอีกคนนิ่ง
“ผมยังไม่ตายนะครับ” คิบอมก็ตอบมานิ่งๆเหมือนกัน
“ใครอยากให้นายตายกันละ ถ้านายตายฉันก็ติดคุกสิ”
“เหอะ รู้ตัวเหมือนกันหรอ” ทงเฮเริ่มน่างอบ้างเหมือนกัน
“คุณป๋าให้ฉันเอาซองมาให้นายด้วย ยกโทษให้ฉันนะเอ้านี่ค่า...เอ่อที่ทำให้นายเจ็บตัว”
คิบอมน่าแดงขึ้นมาทันที “ผมยังไม่ได้เรียกร้องอะไรจากคุณเลยนะอย่าดูถูกผม” ไม่รู้เพราะเลือดขึ้นหน้าหรืออะไร
“นี่นาย อย่าง้อยากสิ มันเป็นค่าที่ทำให้นายเป็นแบบนี้นะไม่เอาหรอ ไม่เอาฉันก็ไม่คืนคุณป๋าหรอกนะจะริบไว้เอง กำลังอยากได้มอไซค์มาซิ่งพอดี”
“อยากคอทักตายก็เอาสิ” คิบอมทำตาดุใส่อีกคนที่กำลังยิ้มประจบอยู่
มือขาวๆลูบๆคลำๆอยู่แถวๆหมอนใบโตที่คิบอมกำลังหนุนอยู่แล้ววางซองอันมีค่ามหาสารไว้ใต้หมอนนั้น
“ฉันวางไว้ตรงนี้นะ นายเป็นอะไรมากมั้ยขาหักด้วยนิต้องนอนพักอีกนานไหมแล้วนี่ญาติพี่น้องนายรู้หรือยัง”
“จะให้ผมตอบคำถามไหนของคุณก่อนละ” ทั้งๆที่คิบอมถามคำถามที่แสนจะธรรมดาออกไปแต่ทงเฮกลับหัวเราะได้หัวเราะดีแล้วเริ่มถามใหม่อีกครั้ง
“เจ็บมากไหมครับ”
“รอผมหายจะชนคุณมั้ง จะได้รู้ว่าเจ็บมั้ย”
“นายยังโกรธฉันอยู่นิ” แววตาใสหม่นลงทันที
“เปล่า...” คิบอมรีบตอบเสียงอ่อนลงทันทีเมื่อเห็นสายตาละห่อยแบบนั้นของคนน่าหวาน
“ฉันเสียใจ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
“ช่างมันเหอะ อย่าเสียใจเลย” คิบอมรีบบอกอีกครั้ง
“ผมรู้จักชื่อพ่อคุณแต่ผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลยนะ”
“ทงเฮ”
“ปลาเน่าในทะเลนะหรอ”
“บ้า ทงเฮนะ ลีทงเฮ เข้าใจมั้ย” ทงเฮหน้าง่ำ แต่คนไข้กลับน่าระรื่น
“อายุเท่าไหร่”
“ถามทำไม”
“อยากรู้หน้าอย่างนี้เขาอนุญาติให้ทำใบขับขี่ได้แล้วหรอ”
“เกินแล้วย่ะ ทำได้นานแล้วแต่ไม่ทำ ขับมาตั้งหลายปีไม่เห็นมีใครเดินมาให้ชนแบบนาย”
“เหอะ ความผิดผมถ้าความผิดผมใครกันละเปิดแน่บไม่เหลียวหลังกลับมามอง”
“ก้อ...” ทงเฮพูดไม่ออก“มันผ่านไปแล้ว” พูดเสียงห้วน
“เอาง่ายงั้นเลย ลองมาเจ็บแบบผมนี่สิ”
“ก้อ ฉันขอโทษ” ทงเฮเสียงอ่อนลงทันทีน้ำตาทำท่าจะไหลออกมาเสียอย่างนั้นจนคิบอมเงียบเสียงลงสายตาคมเข้มจ้องมองดวงตาสวยคู่นั้นนิ่งจนรู้สึกประหลาดขึ้นในใจ
ทงเฮยิ้มอีกครั้งแล้วถาม
“นาย...มีลูกหรือยัง” คิบอมมองคนถามตาปริบๆตั้งแต่เกิดมาไม่คิดว่าจะพบเจอคำถามที่ไม่น่าจะตอบแบบนี้ในชีวิตวัยโสต
“ลูกหมาพอได้มั้ย”
“ตอบดีๆสิ ฉันถามดีๆนะ”
“ก็เลือกคำถามที่ดีกว่านี้หน่อยสิ”
“นายมีครอบครัวยัง”
“ถามทำไม”
“ฉันจะได้ใช้หนีกรรมไง นายมีญาติพีน้องที่ไหนภรรยานายเป็นคนยังไงลูกกี่คน ฉันจะตามไปขอคมาเขา”
“ขนาดนั้นเลยหรอ”
“เดี๋ยวเย็นนี่ฉันจะไปงานศพต่อนายมีไรจะฝากไหม”ทงเฮถามน่าระรื่น
“เพิ่งรู้ตัวว่าเจอคนบ้าชนเข้าให้”
“บ้าสิ เรื่องอะไรมาว่าฉันแบบนี้”
“อ้าว” คิบอมขำกับท่าทางน่าง้ำน่าง้อของอีกคนจนต้องเอามือมากดที่หน้าอกเมื่อปวดแปล้บขึ้นมาจนหน้าเหยเกแต่ก็ไม่วายกัดอีกทีหนึ่ง
“คุณพูดกับผีเป็นด้วยหรอ”
“คุณเจ็บหน้าอกหรอ” ทงเฮเดินเข้ามาชิดขอบเตียงทำท่าทำทางเจ็บไปกับเขาด้วยอีกคนจนคิบอมนึกเอ็นดู
“เจ็บทั้งตัวแหละคุณแต่พอขำก็เจ็บหน้าอก”
“อกหักรึเปล่า?” ทงเฮมองอย่างกังวล
“ถามอะไรอย่างนั้นละ ผมยังไม่มีแฟน”
“อะไรกัน แก่ขนาดนี้ยังไม่มีแฟน ฉันไม่เชื่อหรอก”
“คุณอายุเท่าไหร” ทงเฮถามอีกรอบ
“ยังไม่ถึงสี่สิบหรอกหนา” ทงเฮมองหน้าคนป่วยนิ่ง จนเผลอยิ้มออกมา
“ผมหล่อมั้ย” คิบอมถามยียวนอีกคนที่ยืนข้างกัน
“เหอะ”
“ก็เห็นมองหน้าผมไม่หยุดแบบนั้น”
“นายทำงานอะไร”
“ค้าขาย”
“ขายอะไรกันลูกอมข้างถนนหรอ”
“คนขายลูกอมอะไรมีกระเป๋ากุชชี่”
“นายถือด้วยหรอฉันไม่ยักกะเห็น”
“คุณคงเห็นอยู่หรอกมันกระเด็นไปอยู่ใต้รถคุณ”
“อ่าวแล้วมันกระเด็นมาได้ไงละนั้น”
“ดูถามเข้า” คิบอมมองตาดุอีกครั้งน่าเขร่งเครียดขึ้นมาอีกระรอกก่อนจะตอกคำถามไปด้วยอารมณ์ขุ่นๆ
“นี่จะมาเยี่ยมหรือมายั่วกันแน่”
“ยั่วอะไรกัน ยั่วเขาต้องเปลือยด้วยหนิ ฉันเปลือยให้นายเห็นหรือไง”ทงเฮถามน่าตาใสซื้อ จนคิบอมต้องเบือนหน้าหนีถอนใจดังเฮือก
“นั่งก่อนสิจะยืนคุยกันหรือไง” คิบอมเรียกคนที่เอาแต่ยืนคุยให้มานั่งใกล้ๆ
“คุณคงตกใจมากสินะที่ชนผมวันนั้น” คิบอมถามเสียงอ่อน
“ฉันไม่เคยชนใคร ฉันกลัวฉันเลยหนีไปตั้งหลักก่อน”
“หนีไปใกล้มั้ย”
“ก็ไปบ้านเพื่อนหนะ นี่นายรู้มั้ย ฉันชนนายตอนกลางวันนะพอเช้ามาเพื่อนฉันคนนั้นก็เสียญาติไป ฉันสงสารเค้า ฉันอยากมาเยี่ยมคุณตั้งแต่วันนั้นแต่มาไม่ได้ฉันต้องช่วยเพื่อน”
“อืม ผมเข้าใจ”
“จริงหรอ นายเข้าใจงั้นฉันกลับละนะ”
“เฮ้ย กลับง่ายๆงี้เลยหรอ” ไม่ว่าเปล่าคิบอมฉวยคว้าเอาข้อมือบางมากุมไว้ก่อนท่เจ้าตัวจะเดินไปไกล
“เฮ้ย ปล่อยนะอย่ามาแตะอั้งฉันแบบนี้” เอาเข้าไปคิบอมอมยิ้มออกมาแต่ไม่ยอมปล่อยแม้อีกคนละสบัดมืออกก็ตาม
“ขอโทษครับคุณผู้หญิง”
“ใครผู้หญิงกันฉันผู้ชายทั้งแท่ง”
“บอกผมก่อนจะมาเยี่ยมอีกเมื่อไหร”
“ใครบอกว่าจะมา มาครั้งเดียวพอเป็นพิธีก็พอแล้ว”
“เพิ่งรู้ว่าหน้าแบบนี้ใจดำ”
“ฉันต้องอยู่กับเพื่อน คุยกับนายสนุกดีแล้วจะมาใหม่นะ”
“เมื่อไหรคุณยังไม่บอกผมเลย”
“ไม่รู้สิฉันคงยุ่งๆ”
“ฉันอยู่ที่นี่อีกแค่สองวันไปหาผมที่ตึก...ห้อง 129 โอเคมั้ย”
“คงไปอยู่หรอก”
“อ๋อแล้วก็คิดเสียใหม่ด้วยประวัติผมยังสะอาดอยู่ตัวคนเดียวอย่าคิดให้ประวัติผมแปดเปื้อนละมันจะไม่สวย”
“แล้วมาเยี่ยมผมอีกนะลูกปลาน้อย” คิบอมพูดเสียงดังไล่หลังอีกคนไปแล้วก็มานอนยิ้มอยู่บนเตียงอยู่คนเดียว
เสียงเปิดประตูดังอีกรอบทำเอาใจคนไข้เต้นผิดจังหวะนึกไปถึงคนที่เดินออกไปแล้วลูกปลาน้อยยังไม่กลับไปอีกหรอ
“อ่าวพี่คังอินมาได้ยังไงครับ” คิบอมน่าสลดลงทันทีแต่ก็อดแปลกใจไม่ได้กับแขกที่เข้ามาเยี่ยม
“ขึ้นหน้าหนึ่งแบบนั้นใครจะไม่เห็นละ” คังอินเดินเอามือล้วงกระเป๋าเข้าไปใกล้เตียงคนไข้
“แล้วเป็นไงคนชนเรานะมาเยี่ยมยัง เด็กไม่ใช่หรอ”
“ครับ มาแล้วครับเพิ่งออกไปเมื่อกี้พี่คงสวนกับเขาพอดีน่ารักดีนะผมว่า”
“คงซ่าน่าดูละซิเนี้ย” คิบอมยิ้มกริ่มนึกถึงน่ากวนๆของเด็กหนุ่มคังอินเองก็นึกถึงภาพของเด็กหนุ่มแก่นๆคนหนึ่งที่เดินผิวปากเหมือนเจอของถูกใจผ่านเขาไปก่อนจะเดินมาถึงห้องพักของคิบอม
สองพี่น้อง นั่งคุยกันอีกสักพักชักแล้วคังอินก็ลากลับไป
ทงเฮหลังจากไปเยี่ยมคนไข้เรียบร้อยจึงกลับไปช่วยงานศพต่อหลังจากจัดการเรียบร้อยเพื่อนซี้ทั้งสามก็มานั่งพูดคุยกันถึงที่อยู่ของฮยอกแจแต่ว่าฮยอกแจเป็นหลานของคุณหมอมินคยูและยังเป็นเพื่อนสนิทกับซองมินที่น้ายูบินรู้สึกเอ็นดู
“ฮยอกแจแกมาอยู่บ้านฉันก็ได้น้ายูบินอยากให้แกมาอยู่ด้วยวะ”ซองมินที่เพิ่งกลับจากต่างประเทศแล้วรู้ข่าวร้ายของเพื่อนรักรู้สึกช๊อคไปตามๆกันแต่ด้วยความรักความสนิทที่มีให้กันมานานซองมินรู้ว่าฐานะของฮยอกแจเป็นยังไง ซองมินอยากให้เพื่อนคนนี้อยู่อย่างสบายบ้างน้ายูบินเองก็เหมือนกันทั้งสองถึงได้ลงความเห็นว่า ควรให้ฮยอกแจมาอยูที่บ้านด้วย
“มันจะดีหรอวะซองมินแกก็รู้พ่อแกดุจะตายถึงฉันเข้าไปอยู่นะฉันก็ไม่สบายใจวะ เขาไม่รังเกียจฉันหรอวะ”ฮยอกแจถามอย่างจิงจังเพราะรู้จักบ้านนี้อย่างดีรักลูกรักเกียจรักชื่อเสียงแค่ไหนตัวฮยอกแจเองก็ไม่ได้เกิดมามีชาติตระกูล ถึงแม้น้ายูบินจะเอ็นดูก็ตามแต่เจ้าของบ้านที่เป็นพ่อแม่ของซองมินใช่ว่าจะเอ็นดูด้วย
“คุณพ่อท่านยังไม่กลับหรอกแกมาอยู่กับฉันแหละเอาเป็นว่าตกลงนะ”
“ก็ได้แล้วน้ายูบินหายแล้วหรอ”
“อืมหายแล้วหละ”
หลังจากพูดคุยหาที่พักให้กับฮยอกแจได้แล้วเสียงหวานห้วนๆก็ดังขึ้นมาขัดการสนทนา
“ซองมินแกลากพวกฉันออกมาไกลขนาดนี้เพื่อพูดเรื่องฮยอกแจแค่นี้หรอวะ” ทงเฮที่มองหน้าอมทุกข์ของเพื่อนรักตัวดีแล้วก็อดที่จะถามไม่ได้จนซองมินเปะปากขึ้นมา
“ฉันหนีคุณพ่อมาวะ” ซองมินพูดไปน้ำตาก็นองหน้าไป
“ห๊ะ อะไรนะ” ทงเฮตะโกนดังลั่นด้วยความตกใจที่อยู่ดีๆก็เห็นเพื่อนรักกลับมาจากต่างประเทศไม่คิดว่าที่กลับมาเพราะหนีมา
“มันเรื่องอะไรกันซองมิน” ฮยอกแจทำน่าเครียดถามบ้าง
“ก็เรื่องที่ฉัน ฉันหายตัวไปตอนนั้นนะสิ พี่เทปม์เขารู้เรื่องเข้า เขาเขาไม่คิดว่าฉันยังบริสุทธิ์คุณพ่อก็ด่าฉันรุนแรง แกฉันทนไม่ได้ฉันถึงได้หนีมานี้”
“พี่แก น้ายูบินช่วยไม่ได้เลยหรอวะ” ทงเฮอดที่จะถามถึงสองคนนี้ไม่ได้
“ฉันไม่รู้คุณพ่อคุยไรกับน้ายูบินบ้างแต่ถึงขั้นเป็นลมเลยนะฉันสงสารน้ายูบินจริงๆเลยฉันไม่อยากให้เรื่องของฉันทำให้น้ายูบินลำบาก”
“แล้วพี่แกละ” ฮยอกแจถามถึงพี่ชายของซองมิน
“พี่ซีวอนนะหรอ แกก็รู้เขาก็เหมือนคุณพ่อนะแหละจะช่วยอะไรฉันได้เท่าไหรก่อนมานี่พี่ซีวอนก็บอกว่าคุณพ่อท่านโทรมาบอกจะรีบมารับฉันกลับไป”
“ทำไงดีฉันไม่อยากกลับไปเลย”
เมื่อซองมินเล่าเรื่องราวทั้งหมดจบความเงียบก็เข้าครอบครองทั้งสามคนโดยมีเสียงสะอื้นของซองมินดังมาเป็นระยะข้างกายมีเพื่อนสองคนคอยปลอบด้วยความห่วงใยนานเข้าจนเสียงสะอื้นเงียบหายไปทั้งสามก็ไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้จึงได้แยกย้ายกันกลับบ้าน
ทงเฮเองก็ยังไม่กล้าขับรถอยู่ทั้งสามถึงได้โบกแทกซี่ขึ้นและตรงไปยังบ้านท่านทูตและทงเฮก็ขอตัวกลับก่อนโดยคนขับรถประจำบ้านท่านทูตเป็นคนไปส่งถึงบ้าน
เช้าวันต่อมาทงเฮรีบแต่งตัวและไปบ้านซองมินทันทีด้วยนิสัยที่ไม่ชอบอยู่เฉยและคิดถึงเพื่อนรักทั้งสองคนมากทงเฮเลยหอบเอาร่างตัวเองไปยังบ้านท่านทูตทันที
“ทงเฮ ทำไมแกมาเช้าจัง” ฮยอกแจถามเพื่อนรัก
“จะมาชวนพวกแกไปหาคน”
“ใครวะ” ซองมินถามบ้าง
“คิบอมนะ”
“ใครอะฮยอกแจ” ซองมินถามฮยอกแจอีกรอบเพราะไม่รู้จริงๆนายคิบอมนั้นคือใคร
“ก็คนที่ทงเฮมันไปขับรถชนนะสิสงสัยหล่อน่าดูไม่ก็มีเสน่ห์ร้าย ฉันได้ยินไอ้ปลาเน่ามันเพ้อหาแทบทุกวัน” ฮยอกแจกระซิพกระซาบกับซองมินทำเอาทงเฮน่าแดงขึ้นมาทันที
“น้อยๆหน่อยไอ้ไก่ เขาก็แค่คุยสนุกเท่านั้นเองเขาเคยให้ที่อยู่ฉันมาลองๆหาดูไม่เจอก็ช่างแต่จะแช่งให้เดินไม่ได้เลยคอยดู”
“ไอ้ปลาเน่าเพื่อนเขากำลังเครียดกันแกยังมีกะใจไปหาแฟนแกอีกหรอวะฮ่ะ”ฮยอกแจด่าเหน็บแนม
“บ้าปากเสียนะแก แฟนที่ไหนกัน”
“แหม ไม่ต้องเลยฉันเห็นแกบ่นอยากมีแฟนแทบทุกวันเออดีเหมือนกันอยากเห็นนักหน้าตาจะเป็นยังไงเอาซะปลาเน่าเพื่อนเราใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวไปกันซองมิน”
ว่าแล้วทั้งสามก็ออกจากบ้านไปยังบ้านเป้าหมายที่ทงเฮคิดว่ามาถูกแน่ๆทงเฮเอื้อมมือไปกดออดสองทีทั้งสามยืนอยู่น่าบ้านที่ไม่ใหญ่มากนักสักพักก็มีเจ้าของบ้านที่เดินกระเพลกๆออกมาเปิดให้
“นึกว่าจะไม่มาเยี่ยมผมแล้วสิลูกปลาน้อย”
“เหอะ ฉันมาเยี่ยมนาย พาเพื่อนมาด้วยเผื่อนายคิดไม่ดีกับฉันเราจะได้ลุมนายให้พิการไปเลย”
“ขนาดนั้นเลย” คิบอมมองร่างบางอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ร่างบางพูดออกมา
“นี่ ซองมิน ฮยอกแจ ส่วนนี้ นายคิบอมนะ”ทงเฮแนะนำเพื่อนเสร็จก็เริ่มทำการสำรวจบ้านพักตามนิสัยไม่ชอบอยู่เฉยๆ
คิบอมเดินกระโผลกกระเผลกพร้อมไม้เท้าข้างหนึ่งเดินหาเครื่องดื่มมาบริการแขกน่าหวานทั้งสามด้วยตัวเองจนทงเฮแว้ดเสียงใส่แล้วเปลี่ยนหน้าที่มาบริการน้ำตัวเองคิบอมเลยถือโอกาสยืนให้กำลังใจ
“บ้านนายสวยนะ อยู่คนเดียวหรอ” ทงเฮถามพลางยกน้ำขึ้นดื่มไปด้วย
“คุณอยากมาอยู่กับผมมั้ยละทงเฮ”
“เหอะ นี่นายรู้มั้ยทำไมฉันต้องหาน้ำดื่มเอง”
“ผมขอโทษที่ทำหน้าที่เจ้าบ้านไม่ดี คงเกะกะตาคุณมาก”คิบอมพูดน่าสลด
“เปล๊า !! ใช่ที่ไหนกัน”ทงเฮลากเสียงยาวได้อย่างน่าหมั่นไส้นักในสายตาคิบอม
“ฉันกลัวนายแค้นฉันมากเอายานอนหลับหรือยากระตุ้นให้ฉันกินนะสิ”
“โอ้โห้ นี่ลูกปลาน้อยคุณคิดไกลไปมั้ยคิดสั้นๆสิเอาแค่ว่าผมจูบคุณก็พอละไม่ต้องถึงกับปล้ำหรอก” คิบอมพูดยียวนกลับไปและก็ได้เห็นแก้มขาวๆออกสีขึ้นมานิดๆ
“เหอะ นายคุยกับเพื่อนฉันบ้างก็ได้นะนั่งหง่อยกันหมดละ เดี๋ยวก็เข้าใจผิดคิดว่านายเป็นแฟนฉันพอดี”
“หรือไม่จริงละครับลูกปลาน้อยผมฝันถึงคุณทุกคืนเลยนะ” คิบอมพูดประจบตาหวานยิ้มกริ่ม
“นั้นปากนายหรอ”
“อ่าว คุณยังฟังไม่จบเลยผมจะบอกว่าฝันร้ายๆของผมต่างหาก”
“นายคิบอม!” ทงเฮจ้องหน้าเจ้าของบ้านตาเขม่งเชิดหน้าเข้าใส่ให้อีกรอบ
“ทงเฮมาเยี่ยมผมวันนี้ไม่คิดจะซื้ออะไรมาฝากผมบ้างหรอ”
“เรื่องไรละ ทำไมฉันต้องซื้อด้วย เปลืองแค่มาเยี่ยมฉันก็เสียไปหลายแล้วนะ”
“อะไรบ้างละที่ว่าคุณเสียนะ”
“เอ้า ค่าน้ำมันค่าแต่งตัวเสื้อผ้าชั้นในเหงื่อด้วย เหนื่อยนะเนี้ยมาเยี่ยมนายเนี้ย”
“เอาเข้าไป” ทงเฮหัวเราะกับท่าทางของคิบอมที่นั่งอ้าปากพะงาบๆคิดตามที่ทงเฮพูดซองมินกับฮยอกแจเองก็ขำไปกับเพื่อนเหมือนกัน รู้อยู่หรอกนิสัยของทงเฮเป็นยังไงนี่คงถูกใจนายคิบอมนี้มากถึงได้พูดอะไรๆแบบนี้ด้วย แต่คิบอมเนี้ยสิคิดอะไรกับเพื่อนเราบ้างรึเปล่า ฮยอกแจอยากจะถามความเห็นจากซองมินเสียเดี๋ยวนั้น
“นี่ นายคิบอม นายว่างอยู่รึเปล่า”
“ก็คุยอยู่กับคุณไงทงเฮมีอะไรหรือเปล่าสีน่าไม่ดีเลย”
“ฉัน...ไม่มีที่ไปนะ”
“แล้วคุณไม่ได้จะมาหาผมหรอกหรอ” ทงเฮน่ายู้ขึ้นมาทันที
“นายนิ ฉันมาหาฆ่าเวลาหรอก”
คิบอมฮึมฮัมในคอจนเสียงโทรสับข้างตู้เย็นดังขึ้น คิบอมเดินไปรับโทรสับอย่างทุลักทุเลเอาการจนวางสายนั้นหละถึงหันมาพูดกับทงเฮ
“พวกคุณเอ่อมีธุระที่ไหนอีกมั้ย”
“อะไรกัน นายจะไล่ฉันแล้วหรอ” ทงเฮมองน่าคิบอมอย่างเอาเรื่อง
“ผมไม่ได้ไล่คุณนะ ผมมีธุระต้องไปปูซานด่วนแต่ผมยังอยากคุยกับคุณอยู่เลย ถ้าพวกคุณไม่มีธุระที่ไหน ไปเที่ยวปูซานกับผมไหมละผมรับรองกลับถึงโซลไม่เกินทุ่มหรอกนะ ถือว่านั่งรถเล่น”
“อะไรกันขาเดี้ยงแบบนี้จะขับรถได้ไง”
“เดี๋ยวมีคนมารับผมนะ”
“นี่ทงเฮอย่าเลยฉันต้องกลับบ้านเดี๋ยวน้ายูบินเป็นห่วง” ซองมินที่มีชะงักติดหลังไม่อยากสร้างความเดือนร้อนให้ใครฮยอกแจเองก็เห็นด้วยกับซองมินที่ไม่ควรไปกับคิบอม
“เอางั้นหรอ” ทงเฮอดใจแป้วไม่ได้เกือบจะได้ไปเที่ยวซะแล้วสิเห้อ
“ขอโทษนะ ที่พวกฉันไปไม่ได้นะไว้โอกาสหน้าแล้วกันอ๋อ แล้วเดี๋ยวฉันมาเยี่ยมใหม่”
“ผมขอโทษพวกคุณด้วยนะที่เป็นเจ้าบ้านไม่ดีพอ”
“ฉันไม่ถือสาหรอกนายมีธุระนิ” ปากบอกว่าไม่ถือสาแต่สายตาที่ทงเฮมองหน้าเจ้าของบ้านนั้นทำเอาคิบอมกลืนน้ำลายดังเอือกเสียวสันหลังตัวเองยังไงชอบกล
“ไปละ หายไวๆนะนายคิบวม”
“ครับลูกปลาน้อย” คิบอมตอบรับเสียงสดใสและยืนส่งทั้งสามคนจนพ้นสายตาไปนั่นหละถึงได้มาจัดเตรียมของที่จำเป็นสำหรับการเดินทางครั้งนี้
หลังจากนั้นสามอาทิตย์ฮยอกแจก็อยู่กับน้ายูบินที่บ้านหลังโตของตระกูลลีและกำลังจะไปเที่ยวพักผ่อนทั่วโลกกับน้ายูบินส่วนซองมินก็กำลังจะกลับไปออสเตรเลียพร้อมกับคุณแม่ เหลือแค่ทงเฮเท่านั้นที่ต้องอยู่คนเดียว
ท่ามกลางท้องฟ้าสีดำสนิทมีแสงดาวนับดวงได้ที่ส่องสว่างอยู่ในท้องฟ้ายามคืนเดือนมืดที่พระจันทร์เองก็ถูกเมฆบดบังจนไร้แสงสว่างทงเฮกำลังเดินเรื่อยเปื่อยไปตามถนนกว้างแต่ไร้คนความรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวเข้ามากอบกุมจิตใจจนพาเอาร่างกายไร้ชีวิตออกมาเดินเตร็ดเตร่อยู่แบบนี้
แสงไฟสีเหลืองสาดส่องกระพริบพร้อมกับเสียงแตรรถดังขึ้นข้างหลังร่างบางรถสปอร์ตลัมเบอกินีคันงามสีดำสนิทจอดเถียบข้างกายทงเฮที่เดินอยู่ริมฟุตบาททันทีที่ร่างบางชะงักและหยุดเดิน
“ทงเฮ ขึ้นมาเร็วเดี๋ยวตำรวจจับ” ทงเฮหันไปตามคำเรียกถึงจะอารมณ์ไม่ดีอยู่บ้างแต่ก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้วจึงเดินขึ้นรถของคิบอมง่ายๆ
“ทำไมมาเดินเหงาอยู่คนเดียวละครับ” คิบอมถามทันทีเมื่อทงเฮขึ้นรถมาเรียบร้อยและออกรถไปตามถนนกว้าง
“กลุ้ม หงุดหงิด!!”
“อ๋อ”
“ซองมินจะกลับออสเตรเลียแล้วฮยอกแจก็จะไปเที่ยวต่างประเทศ นี่คิบอมพาฉันไปเที่ยวหน่อยสิฉันยังไม่อยากกลับบ้าน”
“ผมเห็นวันนี้คุณก็ไปหลายที่แล้วยังไม่เบื่ออีกหรอ”
“ฮึ้ย ฉันควรจะเลิกคบนายดีมั้ยเนี้ย” ทงเฮทำเสียงฮึดฮัดปากยื่นปากงอทันทีเมื่อไม่ได้ดั่งใจ
“คบกับผมไว้นะดีแล้วลูกปลาน้อยแล้วคุณจะไม่เสียใจเลย อย่างเช่นวันนี้ผมจะเลี้ยงข้าวคุณแต่คุณต้องเลือกมานะว่าจะกินอะไรที่ไหน”
“ไปบ้านฉัน”
“อะไรนะ” คิบอมหันมามองคนข้างกายทันที
“ไม่งั้นก็ไปบ้านนาย”
“ทำไมต้องสองที่นี้ด้วยละ”
“ก็ ฉันไม่อยากกลับบ้านเท่าไหร่หรอกกลับไปก็ไม่เจอใครถึงเจอก็เจอแต่อีหนูของคุณป๋าอ่ะจริงๆแล้วฉันก็ไปเที่ยวกับฮยอกแจก็ได้นิหนาคุณป๊าฉันใจดีให้ไปอยู่แล้ว ดีจังฉันจะได้ไม่ต้องเหงาอยู่นี่คนเดียว”
“จะได้ไปหรอหืม”
“ทำไมพูดงี้ละ” ทงเฮหันไปมองจ้องอย่างเอาเรื่อง
“ก็คุณนะสิทำอะไรได้ทุกอย่างแล้วแต่ความพอใจของคุณ”
“ก็ฉันเหงาหนิ” ทงเฮพูดเสียงอ่อยยกขาขึ้นมาบนเบาะแล้วกอดเอาไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง
“น่าสงสารจัง” คิบอมเอื้อมมือมาลูบที่ศีรษะของร่างบางอย่างเอ็นดูละคนห่วงใยแปลกๆ
“คิบอม!!”
“ครับผม”
“นายคิดว่า...อย่างฉันเนี้ยมี่แฟนได้รึยัง”
คิบอมอมยิ้มกับคำถาม แล้วปรายตาชำเลืองมองทั่วตัวร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ได้”
“นายคิดว่าถ้าฉันมีแฟนแล้วฉันจะหายเหงาไหม”ทงเฮดูกระตือรือร้นขึ้นมาทันที
“ไปถามแฟนคุณสิว่าเขาเข้าใจคุณแค่ไหน” คิบอมตอบเสียงห้วนนึกฉุนแปลกๆ
“ถามกะใครละฉันยังไม่มีแฟนแต่กำลังคิดจะมี”
“ผมนึกว่าคุณมีแล้วซะอีกนะทงเฮ”
“เคยมีนะ กับผู้ชายนะ” ทงเฮเหลือบมองคิบอมนิดนึง
“โอ้ว”
“นายว่าฉันทะลึ่งไหม?”
“ก็เข้าขั้นอยู่” คิบอมพูดทีเล่นทีจริง
“ครอบครัวฉันสอนฉันให้เป็นแบบนี้วันๆคุณป๊าเอาอีหนูที่ไหนก็ไม่รู้มานอนกกอยู่ที่บ้านคุณแม่ฉันก็ไม่ยอมแพ้หรอกเอาไอ้ตัวที่ไหนก็ไม่รู้มานอนกกบ้างเหอะเห็นแล้วนึกคำด่าไม่ออกเลยละ”
“ทงเฮคุณยังเด็กอย่าทำตัวเหลวไหลนะไม่ว่าคุณจะมีปัญหาอะไรขอให้คิดถึงผมเป็นคนแรก อย่าทำอะไรผิดๆได้ยินที่ผมพูดไหมครับ”
“หูฉันไม่ได้ตึงนิ”
“ได้ยินแล้วจะทำตามหรือเปล่า”
“ใครจะรับปากนายละนี่มีไอ้ตัวคนนึงนะเด็กของแม่น่าตาก็ดีหรอกจ้องจะเขมือบฉันอยู่”
“ทงเฮ คุณอย่าไปเล่นกับพวกนี่เชียวนะผมขอเตือน”
“ก็ฉันเหงานี่”
“คุณเหงาก็มาหาผมสิ”
“ทำไมนายจะทำหน้าที่แทนมันหรอ” ทงเฮถามพาซื้อ คิบอมก็ตะวัดสายตามองเขียวปั้ดสบเข้ากับตาใสแวววาวข้างกายพลันหัวใจก็กระตุกเต้นผิดจังหวะอีกครั้ง
“คุณอายุเท่าไหร” คิบอมถามเสียงเครียด
“ถามฉันทำไม”
“ตอบผมมาเหอะหนา” คิบอมเริ่มฉุนขึ้นมาอีกรอบที่ร่างบางนี่ย้อนเขาประจำทงเฮหัวเราะกับสีหน้าที่คิบอมกำลังเป็นอยู่แล้วพูดเสียงอ้อนๆ
“คิบอม ฉันชอบให้นายดุฉัน นายดุฉันบ่อยๆนะดุฉันแล้วต้องสนใจฉันด้วยไม่ใช่ดุฉันอย่างเดียวแบบพ่อแม่ฉัน”
“คิบอมนายดุฉันบ่อยๆได้ไหม?”
“ถ้าคุณไม่ย้อนผม ผมจะดุคนจนคุณเบื่อเลยละ”
“อ้า งั้นฉันจะคบกับคุณต่อไปนะ”
“ทำไมต้องแอบด้วยละ”
“ก็เพื่อนฉันไม่ไว้ใจนายนิช่วยเข้าใจสถานะการณ์ฉันด้วยสิ”
“ได้ครับ ที่รัก”
ทงเฮอดขำกับสัพนามใหม่ไม่ได้ขยับตัวเข้าไปใกล้คิบอมอีกนิด
“ขออะไรหน่อยได้ไหม?” แล้วเอ่ยถามเสียงหวาน
“ขออะไร...”
จุ๊บ!
คิบอมถึงขั้นหลุดเสียงเหวอออกมาไม่ทันตั้งตัวรู้สึกใจหวิวแปลกๆเมื่อโดนเรียวปากนุ่มนิ่มสัมผัสเข้าที่ข้างแก้มซ้ายอาหารช๊อคยังไม่หายดี ทงเฮถึงได้ตีป้าปเข้าให้เมื่อสติกลับมาเหมือนเดิมคิบอมก็ทำตาแปลกเหลือบมองทงเฮอยู่บ่อยครั้ง
หลังจากกินข้าวกันสองคนคิบอมก็ไปส่งทงเฮที่บ้านคิบอมมองตามรอยยิ้มหวานๆของทงเฮอีกครั้งจนเจ้าตัวเดินเข้าบ้านไปนั้นละคิบอมถึงได้ถอยรถออกมาแล้วกลับบ้านตัวเอง
ทงเฮเดินเข้าไปในตัวบ้านที่ว่างเปล่าแล้วก็เหลือบเห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังกอดจูบนัวเนียอยู่กับแม่ของตัวเองภาพสะเทือนใจแบบนี้ถึงแม้จะเห็นมาบ่อยแล้วก็ตามแต่ก็ไม่อยากเห็นมันเท่าไหรทงเฮกำลังจะเดินผ่านภาพนี่ไปแต่เหลือบเห็นสายตาของผู้ชายคนนั้นที่แม่กำลังกกกอดอยู่มองมาด้วยสายตาหวานเชื่อมอี๊ ทงเฮมองแล้วขนลุกอยากจะอ้วกให้ได้สองขาเรียวถึงได้ก้าวยาวๆขึ้นบันไดไปยังห้องส่วนตัวของตัวเองทันทีพร้อมกับล๊อคกลอนเสียแน่นเหมือนกับกลัวว่าไอ้เจ้าของสายตาทุเรสน่ากลัวๆนั้นจะตามขึ้นมาถึงห้อง
ทงเฮนอนพลิกไปพลิกมานึกถึงหน้าของใครบางคนแล้วก็เลยทำให้นึกถึงการกระทำน่าไม่อายของตัวเองที่ลุกไปหอมแก้มเขาแค่คิดทงเฮก็นอนบิดไปบิดมาน่าขาวใสเผือดสีขึ้นมาทันที ทงเฮยังไม่ง่วงทงเฮยังไม่อยากหลับตอนนี้เพราะภาพของใครบางคนมันลอยวนอยู่แต่ในหัวคิดไปคิดมาตาคู่สวยก็ปรือลงทีละนิดๆจนเข้าสู่ห่วงนิทรา
ทงเฮตื่นมาอีกทีตอนเกือบเที่ยงวันเพราะเมื่อคืนกว่าจะนอนหลับลงได้ต้องใช้พลังงานและเวลามากมายกว่าจะสลัดภาพของใครบางคนออกไปเมื่อคิดถึงใครบางคนขึ้นมา ทงเฮก็คว้าเอามือถือเครื่องบางขึ้นมากดโทรไปหาใครคนนั้นทันที
“ครับ ที่รัก”
“นายมารับฉันหน่อยสิพาฉันไปเที่ยวหน่อยฉันเบื่อ เหงาด้วยนะ”
“ตอนนี่เลยหรอ”
“อืมฉันแต่งตัวไม่นานหรอก”
“ครับเดี๋ยวผมไปรับคุณหน้าบ้านอีก 20 นาที”
ทงเฮวางสายแล้วรีบไปอาบน้ำแต่งตัวทันทีด้วยความรวดเร็วไม่กี่อึดใจต่อมาทงเฮก็อยู่ในชุดเสือเชิตสีชมพูอ่อนกางเกงยีนขายาวสีซีดพอดีตัวกระดุมเม็ดบนสามเม็ดเปิดออกเผยให้เห็นแผงอกแบ่นราบสีขาวชมพูดหน่อยๆพอยั่วยวนอย่างน่ารัก
“เที่ยวไหนดีครับ คุณหนูทงเฮ”
“นี่อย่ามาเรียกฉันคุณหนูนะนายคิบวมไปสวนสนุกนะหาอะไรสนุกๆดังๆทำกัน”
“อืม”
คิบอมออกตัวรถอีกครั้งเมื่อรู้จุดหมายปลายทางรถลัมเบอกินีคันเดิมแล่นออกไปตามถนนมุ่งไปสู่สวนสนุกที่คนข้างกายอยากไป
“เล่นรถไฟกัน” ทงเฮลากคิบอมไปขึ้นรถไฟตีลังกาแบบโหดสุดๆสำหรับคนที่อายุมากกว่าถึงสิบกว่าปีอย่างคิบอมและด้วยไม่ชอบเล่นอะไรหวาดเสียวแบบนี้ทำเอามึนไปเลยและถึงตาคิบอมบ้าง
“ตาผมเลือกละ เล่นนี่กัน”
ที่ที่คิบอมลากร่างบางเข้าไปเป็นบ้านผีสิงที่มืดสนิทไรแสงนำทางแต่อย่างใดร่างบางเกาะแขนคิบอมแน่นหลับตาปี๋เดินตามร่างสูงไปอย่างทุลักทุเลเมื่อมีเสียงเบาๆดังมาจากข้างหลังทงเฮก็ผวากอดเข้าที่เอวร่างสูงดิ้นพล่านอยู่ตรงนั้นไม่ยอมเงยหน้าหรือเดินไปไหนเลย
“คุณหยุดเดินแบบนี้ผีมันก็ตามคุณทันนะสิกลัวมากเลยหรอ” คิบอมถามเสียงเบาข้างหูร่างบางในอ้อมกอด
“ใครว่าฉันกลัว” ทงเฮไม่ยอมแพ้เงยหน้าเปิดตาขึ้นมาเถียงแต่ด้วยความห่างที่ใกล้กันแค่คืบปากหนาของคิบอมจึงสัมผัสเข้าไปเต็มๆแก้มของทงเฮทั้งสองยืนมองหน้ากันอย่างทำอะไรไม่ถูกมันไม่ได้เกิดจากความตั้งใจอย่างที่ทงเฮหอมแก้มคิบอมไปรอบที่แล้วแต่มันเกิดจากความบังเอิญที่ไม่ได้ตั้งตัวของคนทั้งสอง
“เอ่อ...เดินต่อเถอะคุณกลัวจนตัวสั่นแล้วทงเฮ”คิบอมกุมมือร่างบางเดินต่อไปเรื่อยๆ ตามทางที่ให้ความรู้สึกยาวนานเหลือเกินในความคิดของทงเฮ
ตลอดทางในวงกตของความมืดนั้นทงเฮสั่นเป็นพักๆเมื่อมีสิ่งมากระตุ้นต่อมความกลัวของทงเฮทั้งเสียงหมาหอน เสียงกุกกักของอะไรสักอย่างที่มองไม่เห็นเงาของอะไรก็ไม่รู้วิ่งผ่านหน้าไปบ้าง กว่าจะรอดออกมาได้ทงเฮก็เผลอหลุดเสียงกรี๊ดไปหลายรอบอยู่เรียกเอาเสียงหัวเราะจากร่างสูงได้ดี และก็เรียกค้อนวงโตๆจากร่างบางได้เมื่อกัน
“มีอะไรให้ขำนักหนา” ทงเฮว่าเสียงห้วนอย่างอารมณ์เสียที่กลัวอะไรมากมายให้คิบอมขำเอาๆ
“เห็นคุณกรี๊ดคุณกลัวแล้วมันน่ารักดีนะเหนื่อยแล้วใช่ไหม ไปนั่งชิงช้าเล่นกัน” ก่อนจะเดินไปถึงชิงช้าสูงคิบอมแวะซื้อน้ำไปสองขวดพร้อมกับขนมรองท้องอีกหน่อยเพราะนี่ก็เย็นมากแล้ว
“ปะผมซื้อเสร็ดแล้ว” คิบอมไม่ลืมที่จะกุมมือร่างบางไปด้วยกันทงเฮเองก็ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นหัวใจถึงได้เต้นแปลกเหมือนจะออกมาอยู่นอกอกยังไงยังงั้นเลยรู้สึกมีความสุขยังไงก็ไม่รู้
แผ่นหลังกว้างที่เดินอยู่นำหน้ามันทำให้รู้สึกอบอุ่นอยากให้แผ่นหลังกว้างนั้นคอยปกป้องอยากให้มือที่กุมอยู่นี่กุมอยู่ตลอดไป ไม่รู้ว่าทงเฮเอาแต่มองแผ่นหลังกว้างหรือคิดถึงคนข้างหน้ามากไปถึงได้เดินใจลอยเมื่อคิบอมหยุดเดินจมูกขาวๆถึงได้ชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างไปเต็มๆจนเกิดรอยแดง
“อู้ย ใครให้นายหยุดแบบนี้”
“ถ้าผมไม่หยุดเราก็เดินชนนะสิ ถึงแล้วนะคุณเดินใจลอยไปถึงไหน ผมว่าคงไม่ไปไกลเกินผมหรอก” คิบอมพูดเหมือนรู้ทงเฮถึงได้หน้าง้ำขึ้นมาทันทีก่อนจะเดินนำเข้าไปด้านในสำหรับรอขึ้นนั่งชิงช้า
ชิงช้าใหญ่ยักษ์ที่คู่รักหลายๆคู่มักจะมานั่งชมบรรยากาศด้วยกันวันนี้ก็ไม่ต่างต่างมีคู่รักมากมายที่ขึ้นมารับชมบรรยากาศจากที่สูงๆแบบชิงช้านี้ผิดก็แต่คิบอมกับทงเฮไม่ใช่คู่รักอะไรกัน...
“ทำไมมีแต่คู่รักเขามากันละบนนี้” ทงเฮหันมองตามกระเช้าชิงช้าแต่ละอันต่างก็เป็นคู่รักทั้งนั้น
“นี่นายพาฉันขึ้นมาบนนี้คิดอะไรกับฉันรึเปล่านายคิบวม”
“ถ้าผมบอกว่าคิดละ” คิบอมจ้องทงเฮนิ่งทงเฮเองก็จ้องคิบอมเหมือนกันคิ้วเรียวงามขมวดเข้าหากันอย่างคิดหนักในใจรู้สึกตื่นเต้นแปลกๆ ทั้งสองคนเงียบอยู่อึดใจจนคิบอมพูดทำลายความเงียบขึ้นมา
“ทงเฮ สบายใจขึ้นมาบ้างรึยังผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหม”
“อืมถามสิ”
“ผมเห็นพูดถึงแต่คุณพ่อแล้วคุณแม่คุณละ”
“ที่ฉันเรียกนายมารับก็เพราะคุณแม่แหละเอาไอ้ตัวมานอนที่บ้านอีกแล้วแถมเมื่อวานนะมันมองฉันอย่างกะจะกินไปทั้งตัวนั้นละสงสัยมันอยากรู้ว่าเคยกับแม่แล้วกับลูกที่เป็นผู้ชายอย่างฉันมันจะได้อารมณ์แบบไหน”
ทงเฮเล่าเสียงห้วนอย่างอารมณ์เสียทันทีแต่ภายในความแข็งกร้าวมันก็มีความอ่อนไหวอยู่ในตัวหยาดน้ำใสถึงได้คลอปริ่มอยู่ที่หางตา
คิบอมเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาของทงเฮให้ ดวงตาใสแดงกล่ำริ้มฝีปากบางเม้มแน่นเข้าหากัน
“เอาเป็นว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นคุณโทรหาผมได้ทุกเวลาเลยนะลูกปลาน้อยแล้วผมจะรีบไปหาคุณทันทีทนๆหน่อยนะ แล้ว...”
“แล้วอะไรคิบอม”
“ก้อ...เอาหนา...เดี๋ยวก็รู้เอง”
“แหม ฉันก็คิดว่านายจะไปขอฉันสะอีก”
คิบอมยิ้มกริ้ม
ความรักของเขานี่ก็แปลกคิบอมสนใจทงเฮเพราะเป็นเด็กแก่นๆน่ารักๆพูดจาตรงไปตรงมากล้าคิดกล้าทำทั้งๆที่ยังเด็กไร้เดียงสาแท้ๆเลยหลังจากที่ได้รู้จักกับเด็กคนนี้คิบอมก็ได้รู้ว่าชีวิตของทงเฮนั้นเหงาว้าเหว่แค่ไหนเด็กตัวน้อยๆคนนี้กำลังพยายามทำให้คนสนใจคิบอมไม่ปฏิเสธเลยที่ตัวเขาเองก็สนใจเด็กคนนี้ ไม่เพียงแค่ความสนใจเท่านั้นความห่วงใยสงสารละคนเอ็นดูคิบอมมีให้กับทงเฮความน่ารักของทงเฮกำลังเข้าครอบครองจิตใจของชายหนุ่มเต็มๆ
อย่างนี้เรียกว่าความรักได้รึเปล่า?
คิบอมคิดอยู่ในใจเงียบๆ กำลังถามตัวเอง
“ถ้าผมไปขอคุณพ่อคุณจะให้ไหม?” คิบอมถามเพราะอยากรู้
“อ๊า ให้สิคุณป๊านะตามใจฉันหมดแหละไปขอฉันนะนายคิบอม ฉันอยากมีคู่หมั่นแบบซองมินบ้าง ฉันจะได้อยู่ใกล้ๆนายเป็นเจ้าของนายฉันเคยเหงา มัน...ทรมาน ฉันไม่รู้ทำไมฉันถึงอยากอยู่ใกล้คุณ มันเอ่อ...ฉันดูเป็นเด็กไม่ดีเลยใช่ไหม” ทงเฮพูดเสียงเศร้าขึ้นมาทันทีหลังจากแสดงอาการตื่นเต้นออกไป
คิบอมยิ้ม “ใครว่าละ คุณนะน่ารักมากต่างหากอยากอยู่ใกล้ผมจริงๆหรอ”
“จริงสิ” ทงเฮพูดน้ำเสียงจริงจังแม้จะอยู่ในตอนกลางคืนบนชิงช้าสูงแสงไฟอ่อนๆก็ยังพอมองเห็นดวงตาใสซื้อของทงเฮที่มองมาประกายตาใสเต็มไปด้วยความจริงใจและหนักแน่น
“ฉันไม่เคยเจอใครแบบนายเลยนะ นายคิบอม”
“ผมเป็นยังไงครับ”
“ก็...นายเป็นคนดี ฉันชอบให้นายดุเวลาฉันงอลนายต้องง้อด้วยนะ ฉันรู้สึกอบอุ่นเวลาอยู่ใกล้นายและฉันมั่นใจด้วยว่าฉันจะปลอดภัยถ้ามีนายอยู่ด้วย ฉันคงไม่ได้คิดไปเอง...ใช่ไหม”ทงเฮหันมามองสบตาคิบอมที่มองอยู่ก่อนแล้ว
“คุณฉลาดนะทงเฮ คุณต้องรู้ว่าผมดีหรือไม่ดีกับคุณ”คิบอมยิ้มตอบ
“ก็...ฉันไม่รู้หนินายคิดยังไงกับฉันนายก็ไม่บอกฉัน” ทงเฮหน้างอง้ำอีกครั้งหันหนีอีกคนมองไปทางกระจกใส
“เอ่อเราสองคนอายุห่างกันมากเกินไปคุณยังเด็กแล้วผมก็ ยังไม่อยากพูดอะไรตอนนี้” คิบอมพูดไปสีหน้าก็เข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดผู้ชายที่ผ่านอะไรมามากกำลังนั่งหน้าแดงขณะตอบคำถามที่เด็กคนนี้อยากจะให้ตอบ
แต่มันพูดยากเกินไป สำหรับคิบอมตอนนี้ มันเขิน......
แต่ทงเฮที่นั่งฟังอย่างตั้งใจกำลังหน้าเสียที่สารภาพไปทั้งหมดมันไม่ได้...อะไรดีขึ้นมาเลยแล้วที่นายนี่ตอบมามันหมายความว่าไง
“นาย บ้าๆๆ บ้าที่สุดโง่ที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลย ทำไมอายุห่างกันแล้วมันทำไม นายมันบ้า”
“หลายบ้าแล้วนะครับ ลองพูดอีกทีเกิดเรื่องแน่”คิบอมทำเสียงดุเข้าใส่
“บ้าๆๆๆ นายมันบ้า” ทงเฮแผดเสียงเข้าใส่ไม่ยั้ง
“อ่าๆระวังไว้ผลของการประมาทผู้ชายมันจะลงท้ายยังไง” คิบอมพูดเสียงเหี้ยมเข้าขู่อีกรอบทงเฮหัวเราะอย่างน่ารักแล้วเบียดออเซาะเข้าไปใกล้ๆ
คิบอมนึกหมั่นไส้เจ้าเด็กคนนี้นักผมสีดำสนิทถูกขยี้แรงๆด้วยมือหนาจนยุ่งเหยิง นานเข้าถึงได้มีเสียงประท้วงกลับมา
“แก่แดดจริงๆเลย สักวันจะสอนให้พูดไม่ออก”
“จูบช่ายม๊า ที่จะสอนนะฉันเคยอ่านเจอบ่อยๆอยากทำเป็นบ้าง สอนที่ไหนดีละที่นี่เลยดีไหม” ทงเฮถามเสียงออดอ้อน
“นี่ทงเฮ คุณอย่ายั่วผมนักสิความอดทนของผู้ชายมีขีดจำกัดนะ”
“ก็อย่าอดทนสิ”
“นี่ทงเฮถอยไปหน่อยเป็นเด็กอะไรคงเคยยั่วมาก่อนละสิ”
ทงเฮถอยห่างออกมาทันที ปากสีสดเม้มเข้าหากันแน่นทงเฮเริ่มแยกไม่ออกที่นายคิบอมพูดมามันคือพูดเล่นหรือพูดจริง เมื่อทงเฮจ้องหน้าคิบอมสักพักมือขาวก็ยกขึ้นมาปาดน้ำตาที่ปริ่มคลอ
คิบอมมองการกระทำของทงเฮที่ปาดเอาน้ำตาออกก็นึกสงสารที่พูดแรงเกินไป
“ทงเฮ” คิบอมเรียกเสียงอ่อน
.................................
“คุณโกรธผมหรอ ร้องไห้ทำไม”
เมื่อชิงช้าจอดสนิททงเฮก็ลงจากชิงช้าทันทีและก้าวฉับๆเดินหนีออกมาเมื่อคิบอมเดินตามมาทันร่างบางที่กำลังตรงไปยังที่จอดรถก็พูดขึ้นมา
“พาฉันไปส่งบ้าน แล้วเราก็เลิกคบ” น้ำเสียงผิดหวังฟังชัดจนคิบอมใจเสีย
“โถ่ ทงเฮ ผมก็แกล้งคุณเล่นเองคุณอย่ายั่วผมนักสิ นะ”
“เรื่องของฉัน ถึงฉันไม่ยั่วนายฉันก็ไปยั่วคนอื่นได้ ฉันมันนักยั่วนิ”
“อ่า อย่างอลผมสิ เด็กอะไร ขี้งอล ดื้อ ขี้แงชอบยั่วจนผมอดใจแทบไม่ไหว หยุดร้องได้แล้วนะเดี๋ยวผมพาคุณไปเที่ยวต่อ ในคลับร้องเพลงเต้นรำ ชอบไหม”
“ไม่ไปให้โง่หรอก จะหลอกกอดฉันช่ายไหมล่า....”ทงเฮปาดน้ำตาออกอีกครั้งพูดเสียงอู้อี้
“จะมอมเหล้าฉันด้วย”
“ทำไมละ ผมจะสอนให้ไม่เอาหรอ” คิบอมพูดประจบให้คนตัวเล็กหายงอล
“จริงหรอ?” ทงเฮหันมาถามทันที
“จริงสิครับ”
“สอนอะไร” ทงเฮพาซื่อจ้องหน้าตาแป๋ว
“ก็...สอนให้คุณรักผมนะสิ” คิบอมตอบสายตาเจ้าเล่ห์ ทงเฮที่ได้ยินคำพูดหวานหูบวกกับสายตาที่คิบอมมองมาถึงกับยืนไม่เป็นทำไม่รู้ไม่ชี้เดินขึ้นรถไปอย่างเงียบๆ
คิบอมเลี้ยวรถลัมเบอกินี่เข้าไปจอดในโรงแรมหรูหร่าย่านไฮโซ“นายจะพาฉันเข้าโรงแรมหรอ”ทงเฮตวัดตาถามเสียงห้วน
“คิดมากจริงผมพาคุณมากินข้าวแล้วจะพาไปออกกำลังกายทีหลัง” คิบอมตอบยิ้มๆ
“ออกกำลังกายอะไรของนาย” ทงเฮยกหมดขึ้นมาทำท่าหาเรื่อง
“เต้นรำ คุณคิดไปถึงไหนเนี้ยกินข้าวออกกำลังนิดหน่อยก่อนนอน จะได้หลับสบายแล้วยังฝันดีถึงคนมาพาด้วย”
คิบอมทำตามที่พูดทุกอย่าง พาเด็กน้อยข้างกายไปหาอะไรลงท้องก่อนจะพาเข้าไปในคลับของโรงแรมบรรยากาศภายในเงียบสงบมีเพลงคลอเบาๆคิบอมพาทงเฮมานั่งในมุมหนึ่งของคลับที่เงียบสงบอยู่จังหวะช้าๆกำลังจบไปตามมาด้วยจังหวะที่เร็วสนุกสนานทงเฮอดไม่ได้ที่จะชวนคิบอมออกไปยืดเส้นยืดสาย
ทงเฮปล่อยตัวไปตามจังหวะเพลงที่สนุกสนานเร้าอารมณ์จนเหงือเม็ดน้อยๆผุดขึ้นมาบนขมับแต่ก็ยังเต้นไปเรื่อยเหมือนไม่ได้เหนื่อยอะไรที่คลับแห่งนี้จะเปิดเพลง้าเร็วสลับกันไปกระตุ้นอารมณ์ของแขกที่เข้ามาไม่ให้เบื่อไปนักกับจังหวะช้าๆหรือสนุกจนเกินไปกับจังหวะเร็วๆ
เมื่อเพลงเร็วหมดไปจังหวะช้าๆฟังแล้วคลาสสิกคิบอมก็ชวนทงเฮเต้นต่อแต่ทงเฮกลับปฏิเสธและเหตุผมก็น่ารักน่าหมั่นไส้เหลือเกินในความคิดของคิบอม
“ไม่เอา ฉัน...เป็นโรคบ้าจี้ขืนเต้นกับนายฉันคงได้หัวเราะไม่หยุด” ทงเฮตอบหน้าเชิดโปรยยิ้มหวาดให้อีกที
“เพิ่งเป็นหรอ ผมก็คิดว่าจะแน่ กลัวผมใช่ไหมละ”คิบอมนึกขำกับท่าทางของทงเฮอดที่จะแซวไม่ได้แต่ทงเฮทำเหมือนไม่เข้าใจ เด็กหนอเด็ก
“กลับหรือยังคุณคงเหนื่อยแล้วจะได้กลับไปนอน”คิบอมไม่ต่อความถามเสียงอ่อนก็เล่นเต้นซะแรงแบบนั้นคงเหนื่อยแล้วละ
“กลับก็ได้”
ทงเฮก็เบื่อที่จะอยู่ต่ออยากนอนบ้างแล้วเหมือนกันทงเฮยกแก้วใสดื่มน้ำสีฟ้าอ่อนกลิ่นชวนหวานลิ้นเข้าปากจนหมดแก้วแล้วลุกขึ้นยืนเตรียมตัวจะเดินออกไปแต่ก็ต้องซวนเซล้มลงไปนั่งบนตักกว้างของคิบอม
“อ่ะ” ใบหน้าขาวแสดงอาการตกใจในที
คิบอมเกาะเอวเล็ก มือปลาหมึกเริ่มขยับขึ้นลงแล้วกระซิพถามคนบนตักยิ้มๆ “ไหนว่าบ้าจี้”
ทงเฮที่ยอมนั่งนิ่งๆอยู่บนตักกว้างยิ้มกลับสองแขนโอบเข้าที่คอของคิบอมส่งสายตาหวานเยิ้มให้แล้วกระซิพตอบเสียงไม่เบานัก
“อยากกอดก็บอกสิ ทำไมต้องอ้างเต้นรำด้วยละ”
ทงเฮนั่งอยู่บนตักนั้นสักพักมือนิ่มลูบไปที่แก้มอวมๆของคิบอมชั่งใจอยู่นานก่อนจะยิ่มหวานอีกครั้งสบตาดำสนิทที่มีเสน่ห์เหลือร้ายแล้วก็ประทับจุมพิตแรงๆไปที่แก้มข้างขวาของคิบอม ก่อนจะลุกจากตักไปเสียดื้อๆเดินออกจากคลับไป
เวลาย่างเข้าสู่เที่ยงคืนตลอดทางกลับบ้านทั้งคิบอมและทงเฮก็ต่างนั่งกันเงียบๆเหมือนอยู่ในห้วงพวังค์ของใครของมันรถลัมเบอกินี่เลี้ยวเข้ามาในซอยก่อนจะจอดเทียบกับประตูสีขาวบานใหญ่
ทงเฮแกล้งทำเป็นนั่งหลับเป็นคุณหนูอยู่บนรถรอชายหนุ่มรูปหล่อมาเปิดประตูให้
“ทงเฮถึงบ้านแล้วครับ” คิบอมลงมาเปิดประตูฝั่งทงเฮเขย่าตัวทงเฮเล็กน้อยดวงตาปรือใสก็ลืมขึ้น ภาพที่คิบอมเห็นชั่งน่ามองนัก เด็กอะไรลืมตาตื่นก็ยังน่ารักอีก
“ถึงแล้วหรอ” ทงเฮลุกออกจากรถทันทีทำท่าจะเดินเข้าบ้านโดยไม่ร่ำลาคนมาส่งจนคิบอมต้องร้องท้วง
“ทงเฮ คุณจะไม่หอมแก้มลาผมหน่อยหรอ” คิบอมจ้องน่างงๆของทงเฮนิ่งดวงตามีแววประหลาด
“เรื่องอะไร ฉันเป็นผู้ชายนะหอมคุณก่อนได้ไง”ทงเฮพูดเสียงซื่อๆยานๆบ่งบอกว่าง่วงมากมาย
“อ่าว! แล้วที่คุณหอมผมก่อนหน้านี้ละครับ?”คิบอมแกล้งยียวนร่างบางตรงหน้าเล่นจนทงเฮตาขุ่นขึ้นมาและงอง้ำได้อย่างน่ารัก ปากกระจับเล็กๆยื่นออกมาจนคิบอมอยากจะงับมันให้เลิกยื่นเลิกง้ำเสียที
“เอางี้ดีกว่า ผมหอมคุณก่อนก็ได้ยื่นแก้มมาสิครับ”
“เรื่องอะไร ขอกันง่ายๆแบบนี้เลยหรอนายคิบอม”
“เอาใจยากจริง เด็กอะไร”
ทงเฮยืนนิ่งก้มหน้างอง้ำเข้าไปอีก ยืนเงียบไม่พูดไม่จาและไม่ทันตั้งตัวร่างเล็กก็ถูกดึงเข้าไปสู่อ้อมกอดที่แสนอบอุ่นในคืนที่อากาศเย็นๆแก้มนิ่มถูกหอมเข้าอย่างจัง เด็กตัวน้อยยืนน่าแดงได้อย่างน่ารัก เรียวปากสีชมพูคลี่ยิ้มออกมาจนคิบอมใจสั่นอยากจับมาจูบให้รู้แล้วรู้รอดแต่ต้องเก็บเอาไว้ เดี๋ยวจะโดนข้อหาพรากผู้เยาว์
“นาย...หอมฉันแล้วอย่าทิ้งฉันนะฉันจะบอกคุณป๊าว่านายที่ชื่อ คิมคิบอมจะมาขอฉัน ฉันรักนายจัง” พูดจาได้อย่างน่ารักแล้วก็รีบวิ่งเข้าบ้านไปทันทีไม่รอให้ใครที่ยืนอยู่แถวนั้นพูดอะไรได้อีก
คิบอมขับรถออกไปจากบ้านหลังนั้นหลังจากมองร่างเพรียวบางเข้าบ้านอย่างปลอดภัยรถสีดำสนิทแล่นออกไปตามถนนกว้างแม้จะห่างออกมามากแล้วก็ตามแต่คิบอมก็ยังคิดถึงดวงหน้าขาวใสระเรื่อแดงที่คิบอมเองเป็นคนทำให้มันขึ้นสี
ตั้งแต่เกิดมาจนอายุเท่านี้ผ่านผู้หญิงมาก็มากจะว่าเป็นเสือผู้หญิงก็อาจจะใช่ชีวิตของคนมีเสน่ห์ถึงไม่หาก็มีผู้หญิงมากมายเข้ามานัวเนียด้วยแต่ก็แปลกอีกนั้นละอายุจะถึงสามสิบอยู่แล้วกลับถูกเด็กผู้ชายน่าตาน่ารักพูดจาห้าวเกินเด็กมาทำให้หัวใจปั่นป่วนได้...ผมควรจะขอบคุณอุบัติเหตุคราวนั้นใช่ไหม
ความรักของผมนี่ก็แปลก....หลงรักลูกปลาน้อย...แต่ก็ไม่กล้าบอก
....สงสัยผมคงต้องรอเวลา
....รอให้เด็กคนนี้เติบโตขึ้นมากกว่านี้
ผมอาจจะไม่เขินมากนัก...ที่จะบอกว่ารัก
มันคงไม่นานเกินรอ...
ที่ผม...จะบอกลูกปลาน้อยของผม
ลูกปลาน้อยของผมต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและจะต้องไม่ขาดความอบอุ่น...เพราะผมจะเติมเต็มมันด้วยความรักของผมที่มีให้กับเด็กที่ชื่อ
อีทงเฮ
END........
ฟิคยาวมาก ไว้จะติดตามนะ ประมาณ
ปลายปีหน้าอ่า~เด๋วอ่านแล้วกัน
#1 By SoraSae on 2009-08-10 23:29